10 ตัวเต็งว่าที่เจ้าของรางวัล “ดาวรุ่งยอดเยี่ยม” ฟุตบอลโลก 2018 (เสือปืนไว)

รางวัลแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเม้นต์ฟุตบอลโลก ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่น่าจับตามอง เพราะที่ผ่านมานักเตะที่เคยคว้ารางวัลนี้ล้วนแล้วแต่ได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลแถวหน้าของโลกแทบทั้งสิ้น อย่างเมื่อ 4 ปีที่แล้วคนที่คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมไปครองก็คือ ปอล ป็อกบา ซึ่งคราวนี้ก็มีแข้งวัยรุ่นหลายคนที่มีโอกาสได้เฉิดฉายที่ฟุตบอลโลกที่รัสเซีย โดยสื่อต่างประเทศเขาได้เลือก 10 ดาวรุ่งที่มีลุ้นคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลโลก 2018 มาให้ชมกัน ลองไปดูกันดีกว่ามีใครกันบ้าง

10.แคสเปอร์ ดอลเบิร์ก (ทีมชาติเดนมาร์ก)

ดาวรุ่งสัญชาติเดนมาร์กวัยแค่ 20 ปี ที่เป็นผลผลิตจากศูนย์ฝึกเยาวชนของทีมอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 1 ในสโมสรที่ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นนักเตะมากที่สุดทีมหนึ่งในยุโรป ดอลเบิร์ก เป็นนักเตะแนวรุกที่มีพรสวรรค์สูง ครบเครื่องทั้งการเลี้ยงบอล ครองบอล ที่สำคัญคือจบสกอร์ได้ดี แม้ว่าผลงานกับสโมสรในฤดูกาลนี้อาจไม่เปรี้ยงปร้างสักเท่าไหร่ ยิงได้ 6 ลูกจากการลงสนาม 21 นัด แต่ซีซั่นถือเป็นปีแจ้งเกิดของ ดอลเบิร์ก อย่างแท้จริง เพราะพังประตูให้อาแจ็กซ์ไปถึง 16 ลูก แถมยังยิงในบอลยูโรป้าลีกไปอีก 7 ลูก ช่วยให้อาแจ็กซ์ทะลุไปถึงนัดชิงชนะเลิศก่อนจะไปพ่ายให้แมนฯยู สำหรับผลงานในนามทีมชาติเพิ่งมีชื่อติดทีมชุดใหญ่ไป 4 เกม ยิงได้ 1 ประตู

 

9.ยูริ ตีเลมองส์ (ทีมชาติเบลเยียม)

กองกลางเชิงรับวัย 21 ปีรายนี้ต้องมีอะไรดีซ่อนอยู่แน่นอน เพราะถึงขนาดทำให้ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ผู้จัดการทีมชาติเบลเยียม เลือกติดทีมชุดลุยฟุตบอล แล้วเลือกตัดชื่อ รัดย่า เนียงโกลัน ทิ้ง ตีเลมองส์ โชว์ฟอร์มเยี่ยมกับอันเดอร์เลชทีมดังของลีกเบลเยียม จนเป็นที่หมายตาของหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรป ก่อนที่จะเป็นโมนาโก ที่ยอมทุ่มเงิน 20 ล้านปอนด์คว้าตัวไปรวมทีม แม้ว่าในทีมชาติเบลเยียมชุดนี้จะอัดแน่นไปด้วยนักเตะกองกลางฝีเท้าเยี่ยมชื่อเสียงระดับเวิร์ลด์คลาส จน ตีเลมองส์ น่าจะยากที่จะสอดแทรกขึ้นมาเป็น 11 คนแรก แต่ไม่แน่ถ้าได้โอกาสแล้วทำผลงานดีก็มีสิทธิ์เบียดพี่ๆ ในทีมลงเล่นเป็นตัวจริงได้เหมือนกัน

 

8.บรีล เอ็มโบโล่ (ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์)

ศูนย์หน้าวัย 21 ที่สมัยตอนสร้างชื่อกับบาเซิลยอดทีมจากลีกสวิตฯ เคยตกเป็นข่าวว่าทีมปีศาจแดง แมนฯยู สนใจจะดึงตัวมาร่วมทีม รวมทั้งอีกหลายทีมในอังกฤษ โดยผลงานการทำประตูให้กับบาเซิลตั้งแต่เลื่อนชั้นขั้นมาจากการเป็นนักเตะเยาวชน 3 ฤดูกาล 91 เกมยิงไป 31 ประตูรวมทุกรายการ จนสุดท้ายเป็นชาลเก้ที่ยอมจ่ายเงินถึง 20 ล้านปอนด์ คว้ส เอ็มโบโล่ ไปร่วมทีมเมื่อ 2 ฤดูกาล แต่กองหน้าดาวรุ่งเชื่อสายแคมารูนกับโชคร้ายเจออาการบาดเจ็บจนต้องพักยาวทั้งซีซั่น แต่ในฤดูกาลล่าสุดเจ้าตัวหายเจ็บกลับมาช่วยทีมได้อีกครั้ง จนมีชื่อตัดทีมชาติสวิตฯลุยบอลโลก ซึ่งมีโอกาสที่ บรีล เอ็มโบโล่ จะโชว์ฟอร์มสร้างชื่อให้ตัวเองได้อีกครั้ง

 

7.แดเนีล อาร์ซานี่ (ทีมชาติออสเตรเลีย)

ตัวรุกวัยแค่ 19 ปีชาวออสเตรเลีย แต่มีเชื่อสายอิหร่าน ถือเป็นนักเตะที่ายุน้อยที่สุดในศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งนี้ การมีชื่อติดทีมของ อาร์ซานี่ ถือว่ามาแบบเซอร์ไพรส์สุดๆ เพราะ เบิร์ท ฟาน มาร์ไวจ์ค กุนซือชาวเนเธอร์แลนด์ ที่เพิ่งจะถูกแต่งตั้งให้มาคุมทีมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อพาทีมออสซี่ลุยศึกฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายโดยเฉพาะ เป็นคนดึง อาร์ซานี่ มาติดทีมชุดใหญ่เป็นแข่งแรกในเกมอุ่นเครื่องกับสาธารณรัฐเช็กเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมานี่เอง รวมแล้ว อาร์ซานี่ เพิ่งเล่นให้ทีมชาติไปแค่ 2 นัด แถมเป็นแค่เกมอุ่นเครื่องทั้ง 2 เกม แต่เชื่อ ว่าเจ้าหนูวัย 19 เจ้าของรางวัลดาวรุ่งแห่งปีของ เอ ลีก ออสเตรเลีย ฤดูกาลล่าสุด น่าจะมีดีซ้อนอยู่แน่นอน แต่ก็ต้องลุ้นว่าจะได้โอกาสมากน้อยแค่ไหนในฟุตบอลโลกครั้งนี้

 

6.อิสไมล่า ซาร์ (ทีมชาติเซเนกัล)

ทีมชาติเซเนกัลชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 มีโอกาสที่ตะสร้างความฮือฮาได้อีกครั้ง เหมือนที่พวกเขาเคยทำได้ในศึกฟุตบอลโลก 2002 เพราะเซเนกัลชุดนี้อัดแน่นไปด้วยตัวรุกฝีเท้าจัดจ้าน ทั้ง ซาดิโอ มาเน่, มุซซ่า โซ, เดียฟรา ซาโก้, ไคเต้ บัลเด้ และอีกหนึ่งปีกดาวรุ่งน่าจับตาอย่าง อิสไมล่า ซาร์ ดาวแตะวัย 20 ที่ค้าแข้งอยู่กับแรนส์ในฝรั่งเศส แม้เพิ่งอายุ 20 แต่ก็ได้รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 16 เกม ยิงได้ 3 ลูก ก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวสโมสรยักษ์ใหญ่อย่าง บาร์เซโลน่าทอยากได้ตัวไปร่วมทีม ดูแล้วฟุตบอลโลกหนนี้น่าจะเป็นเวทีสร้างชื่อให้กับ อิสไมล่า ซาร์ ได้อย่าแน่นอน

 

5.มาร์คัส รัชฟอร์ด (ทีมชาติอังกฤษ)

แม้จะทึมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก 2018 จะถูกค่อนขอดว่า คุณภาพยังเป็นรองทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ แต่ต้องยอมรับทีมสิงโตคำรามชุดนี้เป็นชุดพลังหนุ่ม เพราะมีนักเตะดาวรุ่งอายุน้อยเป็นแกนหลักของทีม ซึ่ง 1 ในนักเตะดาวรุ่งอังกฤษที่มีโอกาสเฉิดฉายในฟุตบอลโลกที่รัสเซียหนนี้ก็คือ มาร์คัส รัชฟอร์ด กองหน้าจากทีมปีศาจแดง แม้ส่าผลงานกับสโมสรในฤดูกาลนี้จะค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะยังเป็นตัวเลือกระดับรองในตำแหน่งเกมรุก แถมส่วนใหญ่จะโดนจับไปเล่นทางริมเส้นซะมากกว่ากองหน้าตัวกลาง ที่น่าจะเป็นตำแหน่งถนัดของ รัชฟอร์ด แต่เจ้าหนูวัย 20 ปีคนนี้มักจะทำผลงานได้ดีในการลงสนามหนแรกในรายการต่างๆ มักจะทำประตูในนัดประเดิมสนามได้ตลอด ซึ่งฟุตบอลโลกหนนี้เป็นฟุตบอลโกลหนแรกของ รัชฟอร์ด ไม่แน่ว่าเจ้าตัวอาจจะสร้างผลงานได้ดีเหนือความคาดหมายก็ได้

 

4.โรดริโก้ เบนทานคูร์ (ทีมชาติอุรุกวัย)

แม้จะอายุแค่ 20 ปี แต่ได้เล่นในทีมชุดใหญ่ของยูเวนตุส ทีมแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ทีมล่าสุด แค่นี้ก็น่าพอบอกได้แล้วว่า กองกลางที่เล่นได้ทั้งเกมรุกและเกมรับคนนี้มีอะไรไม่ธรรมดาซ้อนอยู่แน่นอน ซึ่งในฟุตบอลโลกที่รัสเซียหนนี้ มีโอกาสไม่น้อยที่ เบนทานคูร์ จะได้ออกสตาร์ทในฐานะตัวจริงของทีมชาติอุรุกวัย

 

3.อุสมาเน่ เดมเบเล่ (ทีมชาติฝรั่งเศส)

แม้ว่าการย้ายจากดอร์ทมุนด์มาอยู่กับบาร์ซ่าด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 105 ล้านยูโร บวกกับการต้องเจอกับอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ทำให้ฤดูกาลแรกในฐานะนักเตะบาร์ซ่าดูจะไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ สำหรัล อุสมาเน่ เดมเบเล่ ตัวรุกวัย 21 แต่ถ้าพูดกันถึงเรื่องฝีเท้าต้องยอมรับว่า นี่คือ 1 ในนักเตะที่มีสิทธิ์ก้าวขึ้นเป็นนักเตะอันดับต้นๆ ของโลกได้ในเร็ววันนี้อย่างแน่นอน ด้วยทักษะและพรสวรรค์อันยอดเยี่ยมในการสร้างสรรค์เกมรุก โดดเด่นทั้งการเปิดบอลจ่ายบอลและการสังหารประตู การที่บาร์ซ่ายอมทุ่มเงินมากกว่า 100 ล้านยูโรเพื่อดึงตัวมาเป็นตัวตายตัวแทนของ เนย์มาร์ น่าจะพอบอกอะไรเราได้หลายอย่าง เชื่อว่าฟุตบอลโลกหนนี้ เดมเบเล่ จะโชว์ฟอร์มช่วยทีมชาติฝรั่งเศสได้ลุ้นกันแบบยาวแน่นอน

 

2.กาเบรียล เฆซุส (ทีมชาติบราซิล)

บราซิลไม่ว่าจะยุคไหนสมัยไหน ก็ต้องมีศูนย์หน้าฝีเท้าเยี่ยมอยู่คู่ทีมเสมอ ไล่มา ตั้งแต่ เปเล่, โรมาริโอ มาจนถึง โรนัลโด้ ซึ่งในศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียหนนี้ บราซิล ยังคงเป็นทีมเต็งแชมป์เหมือนเดิม โดยทีมชุดนี้มีศูนย์หน้าตัวหลักเป็นดาวรุ่งวัย 21 ปี อย่าง กาเบรียบ เฆซุส จากผลงานอันยอดเยี่ยมกับสโมสร มีส่วนช่วยให้แมนฯซิตี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ฤดูกาลล่าสุดได้อย่างยิ่งใหญ่ ช่วยกรุยทางให้ เฆซุส ได้ขึ้นมาเป็นตัวหลังของทีมชาติบราซิลตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่ง เฆซุส ก็ตอบรับโอกาสนั้นด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม จากการซัดให้ทีมแซมบ้าไปแล่วถึง 10 ลูกจากการลงสนามแค่ 17 เกม

 

1.คิเลียน เอ็มบัปเป้ (ทีมชาติฝรั่งเศส)

คงไม่มีใครปฏิเสธว่า คิเลียน เอ็มบัปเป้ คือแข้งดาวรุ่งที่ดีที่สุดในเวลานี้ ผลงานในซีซั่นล่าสุดพาทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ต้นสังกัด คว้า 3 แชมป์ในประเทศ ยิงไป 21 ลูกจากการลงเล่น 44 เกมรวมทุกถ้วย สำหรับผลงานในทีมชาติ เอ็มบัปเป้ ลงเล่นในทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 15 เกม ยิงได้ 4 ลูก ฟุตบอลโลกหนนี้คือทัวร์นาเม้นต์ใหญ่ในนามทีมชาติหนแรกของ เอ็มบัปเป้ ต้องติดตามดูกันว่า นักเตะที่ว่ากันว่สจะขึ้นมาเป็นแข้งเบอร์ 1 ของโลกในอนาคต จะสร้างสรรค์ผลงานออกได้ดีแค่ไหน

Comments

comments