ย้อนรอยชะตากรรมเหล่าผู้จัดการทีมเชลซีในยุคของ “โรมัน อับราโมวิช” (เสือปืนไว)

โรมัน อับราโมวิช เศรษฐีหนุ่มชาวรัสเซียที่ประสบความสำเร็จในธุรกิจด้านการลงทุน เข้ามาซื้อสโมสรเชลซีในปี 2003 หลังจากนั้นเม็ดเงินจำนวนมหาศาลที่ “เสียมี” ลงไปกับทีมสิงห์บูลผลิดอกออกผลเป็นถ้วยแชมป์จำนวนมากมาย ยกระดับให้ทีมกลายเป็นทีมชั้นนำของพรีเมียร์ลีก มีลุ้นแชมป์ในทุกฤดูกาลแข่งขัน แม้จะเป็นคนใจปล้ำและรักฟุตบอลแบบสุดๆ แต่ดูแล้วอีกมุมหนึ่งก็เป็นคนที่ไม่ชอบรอคอยอะไรนานๆ ปลูกต้นไม้ก็ต้องออกผลให้กิน เมื่องลงทุนไปแล้วก็ต้องเห็นความสำเร็จ เมื่อไม่ได้อย่างที่หวังการเปลี่ยนแปลงจึ้งต้องเกิดขึ้น นั่นเป็นเหตุผลให้ เชลซี ในยุคของ อับราโมวิช มีการเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยครั้ง ใครทำทีมผลงานไม่ดีหรือไม่มีแชมป์ติดมือ บทลงโทษคือตะเพิดผลตำแหน่ง

ลองไปไล่ย้อนกันดูดีกว่าว่า ผู้จัดการทีมในยุคของเสี่ยหมีมีชะตากรรมอย่างไรบ้าง

1.เคลาดิโอ รานิเอรี่

เริ่มงาน 24 เมษายน 2000

ตกงาน 31 พฤษภาคม 2004

ถ้วยแชมป์ : ไม่มี

ได้รับงานกับ โรมัน อับราโมวิช ในช่วงฤดูกาลสุดท้ายที่เชลซี แม้จะโดนปลดจากเก้าอี้เพราะไม่ใช้คนที่ อับราโมวิช ต้องการ แต่ก็ต้องยกเครดิตในความสำเร็จของทีมในปีถัดมาให้กับ รานิเอรี่ ด้วยส่วนหนึ่ง เพราะว่าใช้ประโยชน์จากเม็ดเงินการสนับสนุนการเสี่ยหมีได้อย่างคุ่มค่าไม่น้อย โดยเป็นคนที่ดึงนักเตะดีๆ เข้าทีมมาหลายคนไม่ว่าจะเป็น โจ โคล, เวนย์ บริดจ์, โคล้ด มาเคเล่เล่, เดเมี่ยน ดัฟฟ์ รวมทั้งเป็นคนเสนอให้ทีมไปดึงตัว ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา และ อาร์เยน ร็อบเบน เข้ามาสู่ทีม ซึ่งแต่ละชื่อที่กล่าวมากลายมาเป็นนักเตะกำลังสำคัญในฤดูกาลต่อมาที่ทีมกลายเป็นแชมป์ลีกสมัยแรกในรอบ 50 ปีในยุคที่มี โฆเซ่ มูรินโญ่ เข้ามาคุมทีมต่อ

2.โฆเซ่ มูรินโญ่

เริ่มงาน 2 มิถุนายน 2004

ตกงาน 19 กันยายน 2007

ถ้วยแชมป์  ลีกคัพ 2005, พรีเมียร์ลีก 2005, คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2006, พรีเมียร์ลีก 2006, ลีกคัพ 2007 และ เอฟเอ คัพ 2007

เจ้าของฉายา “เดอะ สเปเชียล วัน” คือผู้สร้าวประวัติศาสตร์ให้กับเชลซีอย่างแท้จริง เพราะเป็นผู้จัดการทีมที่พาเชลซีเป็นแชมป์ลีกได้ครั้งแรกในรอบ 50 ปี ถือเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยความยิ่งใหญ่ของเชลซีอย่าวแท้จริง พร้อมๆ กับเป็นการการันตีว่า ผู้จัดการทีมอย่าง มูรินโญ่ คือ “ของจริง”

แม้จะพาเชลซีคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2 ฤดูกาลติด แชมป์ลีกคัพอีก 2 สมัย บวกกับแชมป์เอฟเอคัพอีก 1 ใบ แต่ใครจะคิดว่า หลังจากพลาดแชมป์ลีกในฤดูกาล 2006-07 ในปีถัดมาหลังจากผ่านเกมไปแค่ไม่กี่นัด เกิดเหตุการณ์สุดช็อค เมื่อเชลซีจัดการบอกเลิกสัญญากับผู้จัดการที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร แม้ในแถลงการจะบอกว่าทั้ง มูรินโญ่ กับสโมสร ตกลงแยกทางกันด้วยความยินยอมพร้อมใจของทั้ง 2 ฝ่าย แต่สื่อคาดการว่าสาเหตุจริงๆ น่าจะมาจากความไม่ลงรอยกันในระยะหลังของ มูรินโญ่ กับ “เสี่ยหมี” โรมัน อับราโมวิช เจ้าของทีม โดยเฉพาะเรื่องการซื้อตัวผู้เล่น เช่น กรณีของ อังเดร เชฟเชงโก้ ที่เชลซีทุ่มซื้อมาร่วมทีมตามใบสั่งของ อับราโมวิช ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ มูรินโญ่ ส่งผลให้กองหน้าชาวยูเครนไม่ค่อยได้ลงสนาม แถมฟอร์มก็ไม่ดี ยิ่งพอปีนั้นไม่มีแชมป์ลีกติดมือ บวกกับผลงานของทีมในแชมเปี้ยนส์ลีกก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง การเปลี่ยนแปลงจึงต้องเกิดขึ้น มูรินโญ่ คือคนที่ต้องเดินออกไปจากทีม

3.อัฟราม แกรนต์

เริ่มงาน 20 กันยายน 2007

ตกงาน 24 พฤษภาคม 2008

ถ้วยแชมป์ : ไม่มี

การแต่งตั้ง อัฟราม แกรนต์ ที่แถมจะพูดได้เลยว่า “โนเนม” สุดๆ เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเชลซีต่อจาก มูรินโญ่ สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนบอล แต่การก้าวเข้ามาของผู้จัดการทีมชาวอิสราเอล เหมือนว่าจะมีการเตรียมกรเอาไว้ตั้งแต่ก่อนจะปลด มูรินโญ่ เพราะ แกรนต์ เข้ามารับหน้าที่เป็น Director of football หรือคนที่ดูแลภาพรวมของสโมสรตั้งแต่ 2 เดือนก่อนหน้าที่จะมีการปลด มูรินโญ่ แถม แกรนต์ ยังมีความสนิทชิดเชื้อกับ โรมัน อับราโมวิช เป็นการส่วนตัว แม้จะไม่สามารถพาเชลซีคว้าแชมป์ใดๆ ได้เลย แต่ก็สามารถพาทีมสิงห์บูลทะลุเข้าไปถึงนัดชิงชนะยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้เป็นครั้งแรก แต่ก็ไปแพ้ให้แมนฯยูในการดวลลูกจุดโทษแบบน่าเสียดาย โดยหลังจบเกมนัดชิงแค่ 3 วัน เชลซีก็ออกแถลงการปลด อัฟราม แกรนต์ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม พร้อมทั้งไม่ขอกลับไปรับงานเป็น Director of football ด้วย

4.หลุยซ์ เฟลิเป้ สโคลารี่

เริ่มงาน 1 มิถุนายน 2008

ตกงาน 9 กุมภาพันธ์ 2009

ถ้วยแชมป์ : ไม่มี

แม้จะเคยคุมทีมชาติบราซิคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2002 แต่ยังไม่เคยมีผลงานในการคุมทีมระดับสโมสร โดยเฉพาะสโมสรใหญ่ๆ ในยุโรป การเข้าคุมทีมจึงกลายเป็นรอยด่างในประประวัติการทำงานของยอดกุนซือชาวบราซิล เพราะทำงานอยู่ในถิ่นสแตมฟอร์ดไม่ทันจะจบฤดูกาลก็โดนไล่ออกซะแล้ว โดยในแถลงการของสโมสรระบุถึงเหตุผลในการไล่ออกครั้งนี้ว่า ผลงานของทีมไม่เป็นที่น่าพอใจในช่วงเวลาสำคัญของฤดูกาลแข่งขัน

5.กุส ฮิดดิ้งค์

เริ่มงาน 16 กุมภาพันธุ์ 2009

ตกงาน 30 พฤษภาคม 2009

ถ้วยแชมป์ : เอฟเอ คัพ 2009

กุส ฮิดดิ้งค์ ที่ตอนนั้นยังคงทำหน้าผู้จัดการทีมให้ทีมชาติรัสเซีย ถูกดึงมารีบหน้าที่กุนซือขัดตาทัพจนถึงแค่จบฤดูกาล 2008-09 แต่กลับกลายเป็น ฮิดดิ้งค์ คือหนึ่งในผู้จัดการทีมที่แฟนบอลเชลซีชื่มชอบมากที่สุด จากผลงานอันยอดเยี่ยม คุมทีมทั้งหมด 22 เกม ชนะ 16 เสมอ 5 แพ้แค่นัดเดียว ช่วงก่อนจบฤดูกาลทั้งแฟนบอลและนักเตะในทีมเชลซีหลายคน ออกมาเรียกร้องให้ โรมัน อับราโมวิช จับ ฮิดดิ้งค์ คุมทีมระยะยาว แต่ยอดผู้จัดการทีมชาวฮอลแลนด์ทำสัญญาใจกลับทีมชาติรัสเซียไว้แล้ว เจ้าตัวปฏิเสธที่จะรับงานกับเชลซีและเลือกกลับไปทำงานทีมชาติต่อ

6.คาร์โล อัลเชล็อตติ

เริ่มงาน 1 กรกฎาคม 2009

ตกงาน 22 พฤษภาคม 2011

ถ้วยแชมป์ : คอมมิวนิตี้ ชิลด์ 2009, พรีเมียร์ลีก 2010,  เอฟเอ คัพ 2010

คาร์โล อันเชล็อตติ ประสบความสำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่เข้ามาคุมทีม คว้าทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ แต่อายุงานของ อันเช่ ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็สั้นเพียงแค่ 2 ฤดูกาลเท่านั้น เพราะปีต่อมา เชลซี ของ อันเชล็อตติ จบในฐานะรองแชมป์ลีก ส่วนในแชมเปี้ยนส์ลีกไปไกลแค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย โรมัน อับราโมวิช ไม่รอช้า เงินที่ลงทุนไปต้องเห็นผล เมื่อความสำเร็จไม่เกิด ก็ต้องเปลี่ยนแปลง อันเช่ โดนปลดจากเก้าอีกผู้จัดการหลังการเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2010-11 แค่ไม่กี่ชั่วโมงถัดมา

7.อังเดร วิลลาส-โบอาส

เริ่มงาน 22 มิถุนายน 2011

ตกงาน 4 มีนาคม 2012

ถ้วยแชมป์ : ไม่มี

โรมัน อับราโมวิช ยอมจ่ายเงินมาถึง 15 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัว อังเดร วิลลาส-โบอาส มาจากโปร์โต้ ถือเป็นสถิติการซื้อตัวผู้จัดการทีมที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ แต่ วิลลาส-โบอาส ก็เป็นอีกคนหนึ่งที่คุมทีมไม่จบฤดูกาล หลังพาเชลซีทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง ฤดูกาลนั้นเชลซีจบอันดับที่ 6 ในลีก มีข่าวพวกบรรดาผู้เล่นตัวเก๋าๆ ของทีม อย่าง แฟร้งค์ แลมพาร์ด, ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ จอห์น เทอร์รี่ ดูจะไม่ค่อยเชื่อฝีไม้ลายมือของ วิลลาส-โบอาส สักเท่าไหร่ เลยกลายเป็นส่งผลให้ทีมโชว์ฟอร์มได้ไม่ดี ผู้จัดการทีมคนก่อนๆ ทำผลงานดีกว่านี้ยังถูกไล่ออก ผลงานแย่แบบนี้ จึงไม่เรื่องน่าแปลกที่จะ วิลลาส-โบอาส จะโดนเด้งก่อนเวลาอันควร

8.โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ

เริ่มงาน 4 มีนาคม 2012

ตกงาน 21 พฤศจิกายน 2012

ถ้วยแชมป์ : เอฟเอ คัพ 2012, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2012

อดีตนักเตะเก่าของทีม ถูกดึงมาเป็น “ผู้จัดการทีมชั่วคราว” ในช่วงท้ายของฤดูกาล 2011-12 แต่กลายเป็นว่ากับทำผลงานได้ดีเหลือเชื่อ เพราะพาทีมคว้าทั้งแชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกและแชมป์เอฟเอ คัพ จนทีมต้องต่อสัญญาคุมทีมเพิ่มให้อีก 2 ปี แต่ ดิ มัตเตโอ ก็เป็นผู้จัดการทีมเชลซีได้แค่ 8 เดือน หลังจากในฤดูกาลถัดมา เชลซี ของ ดิ มัตเตโอ ดันไปพลาดท่าตกรอบแบ่งกลุ่มในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่ง เชลซี ก็ไม่รีรอจัดการปลด ดิ มัตเตโอ ออกจากทีมทันที

9.ราฟาเอล เบนิเตซ

เริ่มงาน 21 พฤศจิกายน 2012

ตกงาน 27 พฤษภาคม 2013

ถ้วยแชมป์ : ยูโรป้า ลีก 2013

แม้จะเข้ามาคัดตาทัพชั่วคราว รับงานต่อจาก ดิ มัตเตโอ แต่ เบนิเตซ ก็ยังทำเชลซีมีถ้วยแชมป์ติดมือ ด้วยการไปคว้าแชมป์ยูโรป้าลีก แต่ เบนิเตซ ก็อยู่กับเชลซี แค่จนจบฤดูกาลตามสัญญาที่ทำกันไว้

10.โฆเซ่ มูรินโญ่ (รอบ 2)

เริ่มงาน 2 มิถุนายน 2013

ตกงาน 17 ธันวาคม 2015

ถ้วยแชมป์ : ลีก คัพ 2015, พรีเมียร์ลีก 2015

มูรินโญ่ กลับมาสู่ เชลซี เป็นหนที่ 2 แต่ฤดูกาลแรกดูหมือนจะยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง เชลซี เลยจบแค่อันดับที่ 3 ครั้งนี้ โรมัน อับราฮิโมวิช ยังใจดี ให้โอกาส มูรินโญ่ คุมทีมต่อแม้ทีมจะไร้ถ้วยแชมป์ ซึ่งในฤดูกาลถัดมา มูรินโญ่ ไปคว้าตัวมาทั้ง ดีเอโก้ คอสต้า และ เชส ฟาเบรกัส มูรินโญ่ จัดการคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมป์ลีกคัพ ผลงานดีแบบนี้ เชลซี เลยจัดการต่อสัญญาใหม่กับ มูรินโญ่ เพิ่มอีก 4 ปี โดยในสัญญาจะอยู่กับทีมไปถึงปี 2019 แต่ฤดูกาล 2015-16 คือฝันร้ายในอาชีพการคุมทีมของเจ้าตัวอย่างแท้จริง หลังจากลงเล่นเกมลีกผ่านไป 16 เกม เชลซี ของ มูรินโญ่ แพ้ถึง 9 เกม อันดับในลีกตอนนั้นอยู่ที่ 16 กระแสข่าวบอกว่าที่นักเตะในทีมเชลซีหลายคนโชว์ฟอร์มแย่ เพราะจงใจเล่นไล่โค้ช แต่ไม่ว่าเหตุผลจริงที่ทีมแชมป์เก่าฟอร์มแย่คืออะไร สุดท้ายบอร์ดบริหารของทีมก็หมดความอดทน จัดการตะเพิด มูรินโญ่ ผลทีมอีกครั้ง

11.กุส ฮิดดิ้งค์ (รอบ 2)

เริ่มงาน 19 ธันวาคม 2015

ตกงาน 16 พฤษภาคม 2016

ถ้วยแชมป์ :  ไม่มี

สถานการณ์ของ เชลซี ตอนนั้นต้องบอกว่าหายะสุดๆ จากทีมแชมป์เก่ากลายเป็นทีมท้ายตาราง สุดท้ายก็ต้องเป็น กุส ฮิดดิ้งค์ ที่กลับมาช่วยทีมกู้วิกฤตเป็นครั้งที่ 2 โดยทำสัญญากันแค่จบฤดูกาลเหมือนเดิม ซึ่ง กุส ฮิดดิ้งค์ ก็พยายามทำผลงานช่วยทีมให้ดีสุด สุดท้ายฤดูกาลนั้น เชลซี จบในอันดับที่ 10 ในลีก

12.อันโตนิโอ คอนเต้

เริ่มงาน 3 กรกฎาคม 2016

ตกงาน ???

ถ้วยแชมป์ : พรีเมียร์ลีก 2017

แม้จะเริ่มต้นการคุมทีมได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่หลังจากปรับเปลี่ยนแผนการเล่นมาใช้ระบบกองหลัง 3 คน และที่สำคัยคือการไปดึงเอา เอ็นโกโร่ กองเต้ มาอยู่กับทีม ผลงานของ เชลซี ก็ทำได้ดีแบบต่อเนื่อง เดินหน้าคว้าแชมป์แบบม้วนเดียวจบ แต่พอมาในฤดูกาลปัจจุบัน เมื่อทีมต้องมีคิวลงแข่งแชมเปี้ยนส์ ลีก มาเพิ่ม แถมมาการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตำแหน่งสำคัญทั้งการเสีย ดิเอโก้ คอสต้า รวมทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บของ เอเดน อาซาร์ เมื่อช่วนต้นฤดูกาล ทำให้ฟอร์มของทีมมี่ดีเหมือนปีที่แล้ว โอกาสป้องกันแชมป์ลีกก็แทบจะเป็นศูนย์ไปแล้ว ที่สำคัญคือมีข่าวลือว่า คอนเต้ ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร โดยเฉพาะเรื่องการซื้อผู้เล่น แต่ช่วงเปิดตลาดเมื่อต้นฤดูกาล เชลซี จ่ายไปมากกว่า 100 ล้านปอนด์ ถ้าสถานการณ์ในการลุ้นแชมป์และฟอร์มการเล่นของ เชลซี ยังเป็นแบบนี้ ก็คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจถ้าฤดูกาลทีมสิงห์บูลจะมีผู้จัดการทีมคนใหม่ที่ไม่ใช่ อันโตนิโอ คอนเต้

 

Comments

comments