ย้อนดูแข้งแดนซามูไรในศึกพรีเมียร์ลีก (เสือปีนไว)

อย่างที่ได้เห็นกันแล้วในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่เพิ่งจบไป ทีมจากตัวแทนจากเอเซียอย่าง ทีมชาติญี่ปุ่น สร้างผลงานได้ไม่ธรรมดา สามารถเข้าไปถึงรอบตัดเชือก แถมยังสู่กับทีมจากยุโรปที่รวมแข้งซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเอาไว้ล้นทีมอย่าง เบลเยี่ยม ได้แบบสูสีิ ซึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมชาติญี่ปุ่นทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ เป็นเพราะบรรดานักเตะในทีมต่างก็โลดแล่นค้าแข้งอยู่กับทีมดังๆ ในลีกชั้นนำของยุโรป ทั้งในบุนเดสลีก้า เยอรมัน, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, ลาลีกา สเปน และแน่นอนว่าในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลีกว่ากันว่า รวมสุดยอดนักเตะระดับโลกเอาไว้มากที่สุด ก็มีนักเตะเลือดซามูไรหลายคนที่เคยมาสร้างชื่อฝากผลงาน ล่าสุดก็คือ โยชิโนริ มุโตะ ศูนย์หน้าวัย 26 ปี ที่ย้ายจากสโมสรไมนซ์ ในเยอรมัน มาล่าตาข่ายในศึกพรีเมียร์ลีก กับทีมสาลิกาดง นิวคาสเซิล ด้วยค่าตัว 9.5 ล้านปอนด์

ไหนๆ ฤดูกาลนี้ก็จะมีแข้งญี่ปุ่นหน้าใหม่ในพรีเมียร์ลีกเพิ่มอีกหนึ่งคน เรามาย้อนไปดูกันดีกว่าว่าที่ผ่านมามีนักเตะจากแแนอาทิตย์อุทัยคนไหนบ้างที่เคยมาโชว์เพลงแข้งบนเกาะอังกฤษกันบ้าง

 

จุนอิชิ อินาโมโตะ

(อาร์เซนอล, ฟูแล่ม, เวสต์ บรอมวิช อัลเบี้ยน, คาร์ดิฟฟ์ 2002-06)

จุนอิชิ อินาโมโตะ ถูกบันทึกว่าเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกที่ได้มาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก รวมทั้งเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกของไอ้ปืนใหญ่ อาร์เซนอล อินาโมโตะ กองกลางที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะพรสวรรค์สูงของวงการฟุตบอล เจลีก โดยหลังจากคว้ารางวัลผู้ดล่นยอดเยี่ยมของ เจลีก ในปี 2000 ด้วยวัยแค่ 21 ปี ในปีถัดมา อาร์เซนอล ก็จัดการคว้าตัว อินาโมโตะ มาร่วมทีมด้วยค่าตัวราว 3.5 ล้านปอนด์ ซึ่งช่วงนั่นเป็นเวลาที่นักเตะญี่ปุ่นเริ่มเป็นที่สนใจของตลาดฟุตบอลยุโรป เพราะญี่ปุ่นกำลังจะรับเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2002 ร่วมกับเกาหลีใต้ ซึ่งแน่นอนว่า อินาโมโตะ ถือเป็นนักเตะตัวหลักของทีมชาติญี่ปุ่นชุดที่เตรียบลุยบอลโลกตอนนั้นด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าฤดูกาลดังกล่าว อาร์เซนอล จะคว้าดับเบิ้ลแชมป์ ได้ทั้งแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอ คัพ แต่ อินาโมโตะ แทบไม่มีส่วนร่วมกับทีม เพราะได้ลงเล่นบอลถ้วยไปแค่ 4 เกมทั้งฤดูกาล ส่วนในลีกไม่ได้ลงเล่นแม้แต่นาทีเดียว สุดท้าย อินาโมโตะ ก็ปิดฉากการค้าแข้งกับไอ้ปืนใหญ่แค่ฤดูกาลเดียว หลังจากนั้นกองกางเจ้าของเอกลักษณ์ผมสีทองก็ย้ายไปอยู่กับฟูแล่ม อีกหนึ่งทีมในพรีเมียร์ลีก ที่นี่ อินาโมโตะ เริ่มได้โอกาสลงสนามมากขึ้น อยู่กับ ฟูแล่ม 2 ปี ก็ย้ายไปอยู่ เวสต์ บรอมฯ ช่วงสั้นๆ ก่อนจะโบกมือลาพรีเมียร์ลีกแบบถาวรในปี 2006 โดยเลือกย้ายไปเล่นในตุรกีกับกาลาตาซาราย จากนั้นก็ตระเวนไปทั้งเยอรมัน และฝรั่งเศส ปัจจุบัน อินาโมโตะ ในวัย 38 ปี ยังคงค้าแข้งอยู่ในเจลีก โดยเป็นเพื่อนร่วมทีมของ เจ ชนาธป ในทีมคอนซาโดเล่ ซัปโปโร

 

ชินจิ คากาวะ

(แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2012-14)

ชินจิ คากาวะ ถือเป็นอีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลเจลีก โดยถือเป็นนักเตะคนแรกใขประวัติศาสตร์ฟุตบอลญี่ปุ่นที่ได้เซ็นสัญญานักเตะอาชีพตั้งแต่ยังไม่จบมหาวิทยาลัย แม้ว่าตำแหน่งในสนามของ คากาวะ จะไม่ใช่กองหน้าแบบเต็มตัว เป็นแนวตัวรุกสนับสนุนศูนย์หน้าตัวเป้า แต่ คากาวะ ก็ถูกเรียกว่าเป็นกองกลางจอมถล่มประตู จากผลงานสมัยเล่นในญี่ปุ่นกับทีมเซเรโซ โอซาก้า ที่คากาวะ เคยทำได้ถึง 27 ประตูในฤดูกาลเดียว หลังจากย้ายมาเล่นกับ ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ในเยอรมันเมื่อปี 2011 คากาวะ ก็แจ้งเกิดในเวทียุโรปได้แบบไม่อยากจากพรสวรรค์ที่มีอยู่ จนในอีก 2 ปีต่อมา ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมจ่าย 12 ล้านปอนด์ ดึงตัวมาร่วมทีม กลายเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกคนทีมปีศาจแดง แม้จะได้อยู่กับ แมนฯยู แค่ 2 ซีซั่น แต่ คากาวะ ก็สร้างความประทับใจให้กับแฟนๆ ผีแดงได้ไม่น้อย โดยเฉพาะผลงานในสนาม ที่ฝีเท้าของเจ้าตัวถือว่าสร้างประโยชน์ให้ทีมได้ไม่น้อย แถม คากาวะ ยังได้ชื่อว่าเป็นนักเตะเอเชียคนแรกที่ยิงแฮทริคได้ในพรีเมียร์ลีก

 

เรียว มิยาอิชิ

(อาร์เซนอล, โบลตัน, วีแกน 2011-14)

หลังจากได้มีโอกาสมาทดสอบฝีเท้ากับ อาร์เซนอล ตอนอายุ 18 ช่วงปี 2010 อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของอาร์เซนอลในเวลานั้น ประทับใจฝีเท้าของ เรียว มิยาอิชิ อย่างมาก จนต้องบอกให้สโมสรจับเด็กหนุ่มจากญี่ปุ่นรายนี้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะของทีม แต่เพราะอายุยังน้อยและไม่มีประสบการณ์ในฟุตบอลระดับอาชีพเลย (มิยาอิชิ ไม่เคยเล่นในเจลีกเลยด้วยซ้ำตอนมาทดสอบฝีเท้ากับอาร์เซนอล) ทำให้ทีมปืนใหญ่เลือกปล่อย มิยาอิชิ ไปหาประสบการณ์กับเฟเยนูร์ด ทีมดังของลีกฮอลแลนด์ ซึ่งด้วยความที่เป็นดาวรุ่งที่ทีใหญ่อย่างอาร์เซนอลคว้าตัวมาร่วมทีม ทำให้เกิดความคาดหวังในฝีเท้าของ มิยาอิชิ ค่อนข้างสูง สื่อในญี่ปุ่นถึงขั้นเอา มิยาอิชิ ไปเทียบกับ โรนัลดินโญ่ หรือ ลีโอเนล เมสซี่ อาร์เซนอล เองก็ดูเหมือนจะคาดหวังกับฝีเท้าของเด็กคนนี้ไม่น้อย ตลอด 5 ปีที่ มิยาอิชิ อยู่กับ อาร์เซนอล เวนเกอร์ พยายามส่งตัวให้ไปหาประสบการณ์กับหลายๆ ทีม นอกจาก เฟเยนูร์ด ก็มี โบลตัน, วีแกน และ ทเวนเต้ แต่สุดท้ายก็เข็นไม่ขึ้น มิยาอิชิ จึงไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่จาก อาร์เซนอล ปัจจุบัน มิยาอิชิ เล่นอยู่กับ ซังต์ เพาลี ทีมในลีก 2 ของเยอรมัน

 

ฮิเดะโตชิ นากาตะ

(โบลตัน 2005-06)

นากาตะ ถือเป็นนักเตะญี่ปุ่นคนแรกๆ ที่สามารถสร้างชื่อในยุโรป ทำให้โลกได้เห็นว่า นักเตะญี่ปุ่นก็มีฝีเท้ายอดเยี่ยมเทียบชั้นความเป็นผู้เล่นระดับโลกได้ไม่แพ้ชาติอื่นๆ ตอนที่ นากาตะ ย้ายมาเล่นในพรีเมียร์ลีกกับ โบลตัน ก็ถือเป็นช่วงปลายของอาชีค้าแข้งแล้ว หลังจากสร้างชื่อในอิตาลีอยู่หลายปี ช่วงที่พีคที่สุดคงเป็นตอนที่เล่นให้กับ โรม่า และ ปาร์ม่า ปัจจุบันในวัย 41 ปี นากาตะ ใช้ชีวิตแบบเซเลบเต็มตัว ออกงาน เดินแบบ ด้วยความที่ นากาตะ เองเป็นคนที่ชื่นชอบเรื่องของแฟชั่นมาแต่ไหนแต่ไร ไม่แปลกที่จะถูกสือนำไปเปรียบว่า เดวิด เบคแฮม ของญี่ปุ่น

 

ชินจิ โอกาซากิ

(เลสเตอร์ ซิตี้ 2015-18)

อีกหนึ่งนักเตะญี่ปุ่นที่ต้องบอกว่าประสบความสำเร็จกับการมาค้าแข้งในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพราะสามารถคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2015-16 ร่วมกับสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ต้นสังกัด โอกาซากิ ทำผลงานในการถล่มประตูกับต้นสังกัดในเจลีก อย่าง ชิมิซึ เอส-พัลส์ ได้ดีแบบต่อเนื่อง จนผลงานไปเข้าตา สตุ๊ตการ์ต ทีมในบุนเดสลีก้า แต่ดูเหมือน โอกาซากิ จะปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของทีมม้าขาวไม่ได้ ทำให้ฟอร์มไม่ค่อยเปรี้ยง สุดท้ายต้องย้ายไปอยู่กับ ไมนซ์ 05 อีกหนึ่งทีมในเยอรมัน ซึ่งที่นี่ โอกาซากิ กลับมาโชว์ฟอร์มดีอีกครั้ง จน เลสเตอร์ ดึงตัวมาร่วมทีมในปี 2015 ค่าตัว 7 ล้านปอนด์

 

คายูซูกิ โทดะ

(ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ 2002-03)

หลายคนอาจจะลืมไปแล้ว นักเตะญี่ปุ่นรายนี้เคยมาค้าแข้งกับ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เพราะ คายูซูกิ โทดะ กองกลางที่เล่นกองหลังได้ ย้ายมาอยู่กับทีมไก่เดือยทองช่วงปี 2002-03 ได้ลงเล่นในพรีเมียร์ลีก แค่ 4 เกมเท่านั่น ไม่แปลกที่หลายคนจะจำ โทดะ ไม่ได้ ซึ่งหลังจากย้ายออกจาก สเปอร์ โทดะ ก็ตระเวนค้าแข้งกับสโมสรต่างๆ ร่วม 10 ทีม ก่อนจะแขวนสตั๊ดในปี 2013

 

มายะ โยชิดะ

(เซาแธมป์ตัน 2012-18)

ปัญหาของนักเตะเอเชียที่ทำให้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จกับการเล่นในยุโรป ก็คือเรื่องของรูปร่าง แต่ปัญหาดังกล่าวไม่เกิดกับ มายะ โยชิดะ เซ็นเตอร์แบ็คชาวญี่ปุ่นที่มีส่วนสูงถึง 189 ซม. โยชิดะ เริ่มค้าแข้งกับนาโกย่า แกรมปัส ในเจลีก ก่อนจะย้ายมาเล่นในยุโรปกับทีมวีวีวี เวนโล่ และถูก เซาแธมป์ตัน ซื้อต่อมาเล่นในพรีเมียร์ลีกในปี 2012  และยืนเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวหลักของทีมมาตลอด

Comments

comments