คุยกับคุณพ่อชนาธิป : “สักวันลูกผมจะไปเล่นที่ยุโรป”

ก้องภพ สรงกระสินธุ์

วันจันทร์ที่ 06 สิงหาคม 2561 คอลัมน์ ONE MAN SHOW โดย แมน โกสินทร์

หลังจากไม่ได้คุยกันมาสักพักใหญ่ ล่าสุดผมมีโอกาสสนทนาอีกครั้งกับ
“พี่จุ้ง” ก้องภพ สรงกระสินธุ์ ยอดคุณพ่ออีกหนึ่งคนของวงการฟุตบอลไทย
ผู้ปลุกปั้น “เจ ชนาธิป” ลูกชายคนสุดท้องจากเด็กตัวเล็กๆ
จนกลายมาเป็นนักเตะขวัญใจมหาชนทั้งคนไทยและแดนปลาดิบ ณ ปัจจุบัน
ผมรู้สึกได้เลยว่ายามที่พูดคุยถึงเด็กหนุ่มที่เมืองฮอกไกโด
ผู้ชายคนนี้จะเล่าด้วยหัวใจพองโตและภาคภูมิใจในทุกครั้งเลยทีเดียว
แมน : สวัสดีครับพี่จุ้ง ไม่ได้คุยกันนานเลยพี่

ก้องภพ : ว่าไงครับแมน มีอะไรให้พี่รับใช้ครับ

แมน : พอดีเห็นคนตั้งกระทู้ในเว็บบอร์ดถึงพี่ เลยคันปากอยากคุยกับพี่ สะดวกมั้ยครับ

ก้องภพ : ได้สิ เขาว่ายังไงล่ะ

แมน : อ๋อ มีคนบอกว่าน่าจะตั้งพี่จุ้งขึ้นเป็นประธานเทคนิคแทน
พี่เฮง (วิทยา เลาหกุล) เพราะปั้น เจ ชนาธิป จนเก่งขนาดนี้
ก็ขำๆ ดีพี่ เขาคงไม่รู้ว่าตำราที่พี่จุ้งเอามาสอนเจ
ก็คือตำราที่พี่เฮงเขียนนั่นแหละ

ก้องภพ : ใช่ พี่ก็ได้ตำราของพี่เฮงนั่นแหละมาสอนเจ
คือเราอยากได้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์การฝึกฟุตบอลในสไตล์เยอรมัน
ก็เลยส่งไปขอแกทางไปรษณีย์แล้วแกก็ส่งมาให้
ไปซื้อวิดีโอฟุตบอลต่างประเทศจากร้านสตาร์ซอกเกอร์
แล้วก็มีที่พี่ตุ๊ก (ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน) สอนด้วยนะ

คงจะดีหากตำราฝึกฟุตบอลของโค้ชเฮง มีคนเห็นคุณค่าเหมือนอย่างพี่จุ้ง

แมน : แล้วอคาเดมี่ที่พี่เปิดอยู่ที่นครปฐม (ชนาธิป ฟุตบอล อคาเดมี่)
ตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ มีเด็กๆ เข้ามาเรียนเยอะแล้วหรือยัง

ก้องภพ : อ๋อตอนนี้ยังไม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการเลย
แต่ก็มีเด็กๆ มาเรียนซัก 40-50 คนแล้วล่ะนะ

แมน : อคาเดมี่ของพี่นี่เปิดสอนอย่างเดียว หรือว่าส่งทีมไปแข่งตามรายการต่างๆ ด้วยครับ

ก้องภพ : อ๋อตอนนี้ยังหรอก เพราะว่าเราเพิ่งเปิดแล้วก็ไม่ได้มีเป็นทีมแบบนั้น
คือเรารับจ้างสอนฟุตบอล ใครอยากมาเรียนกับเราก็ส่งลูกมาเรียน
ไม่ได้มีครบทุกตำแหน่ง ประตู,กองหลัง, กองกลาง, กองหน้า อะไรขนาดนั้น
บางคนพอมาฝึกแล้วเราเห็นมีแววเล่นตำแหน่งไหน เราก็เลือกให้เขา
แต่ในอนาคตก็ไม่แน่เหมือนกัน ที่มาเรียนนี่ก็มีอยู่ 6 คนไปแข่ง
เอฟเอ ไทยแลนด์ ยูธ เฟสติวัล ให้ทีม SR Academy
ของโค้ชเอิ๊ด(สถาพร ระเบียบดี) ทั้งรุ่น 10 ปี กับ 12 ปี
ก็เข้าไปถึงรอบไฟนอล

เด็กๆ ในอคาเดมี่ ตัวเกือบเท่าพี่เจแล้วคร้าบ

แมน : คือเด็กที่เข้าไปเรียนที่อคาเดมี่ของพี่จุ้ง ส่วนใหญ่จะเป็นฟุตบอลกันอยู่แล้ว
และอาจจะอยากเก่งเหมือนพี่เจ ก็เลยเข้ามาเรียนกับพี่อะไรประมาณนี้หรอครับ

ก้องภพ : ก็ประมาณนั้น มีที่เคยเรียนที่อื่นมาก่อน
แล้วก็เข้ามาเรียนที่นี่ บางคนเพิ่งเข้ามาหัดใหม่ๆ เลยก็มี

แมน : การสอนลูกตัวเองกับลูกคนอื่น ความยากต่างกันเยอะมั้ยพี่

ก้องภพ : คนละเรื่องกันเลย เราไม่รู้นี่ว่าผู้ปกครองจะเอาแบบไหน
ผมจะสอนลูกเขาอย่างเจได้หรือเปล่า ผมนี่มันสอนลูกสไตล์เกาหลี
ดูอย่างพวกโค้ชเกาหลีสิ อย่างเทควันโดก็ได้ กีฬาอะไรก็เถอะพูดไม่ฟังตบททันที
เคยเห็นมั้ยให้เข้าแถวตบเรียงตัวเลย แล้วกับลูกคนอื่นคงทำไม่ได้
แต่ถ้าผู้ปกครองบอกว่าให้ทำได้ก็แล้วไป

แมน : เตะฟุตบอลมันกีฬาปะทะอยู่แล้วพี่ จะมาให้ประคบประหงมคงไม่ใช่

ก้องภพ : ใช่ฟุตบอลเรามันกีฬาหยาบอยู่แล้ว เวลาจะสอนเด็กก็คงไม่มีการมาพูดเพราะๆ
หนูส่งบอลอย่างนั้นนะครับ เตะไปตรงนี้นะลูก คือมันต้องรับให้ได้แหละ
เพราะนี่เป็นกีฬาที่ต้องเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ
กว่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นนักฟุตบอลที่เก่งๆ ได้ เขาต้องผ่านอะไรมาเยอะ
ต้องเจออะไรหนักๆ เยอะ ต้องรับให้ได้
ถ้ารับไม่ได้ก็ไม่มีทางรับความกดดันในชีวิตนักบอลได้แน่นอน

แมน : แล้วเจตอนนี้เป็นไงบ้างพี่ ดูตอนนี้เขาน่าจะมีความสุขกับเพื่อนๆ
และชีวิตที่ญี่ปุ่นมากกว่าปีก่อนนะ

ก้องภพ : ดีขึ้นเยอะ เจเขาเป็นคนขี้เล่นอยู่แล้วด้วย
เพื่อนๆ พี่ๆ ในทีมก็ทั้งเอ็นดูและก็หมั่นไส้ปนๆ กันไป
จริงๆ ผมอยากขอบคุณโค้ชคนปัจจุบันมากเลยนะ
เพราะเขาเข้ามาปรับวิธีการเล่นจนทำให้ลูกผมกลับมาเป็นตัวของตัวเอง
และเล่นฟุตบอลในสไตล์ที่ตัวเองถนัดอีกครั้ง

แมน : ปีนี้ซัปโปโรดูดีขึ้นเยอะเลยครับ ไม่โยนบอลโด่งพร่ำเพรื่อเหมือนปีก่อน
คงเป็นเพราะเสริมตัวที่ทักษะดีๆ เข้ามาเพิ่มด้วย

ก้องภพ : ใช่ เจบอกว่าโค้ชเขาจะเก็บพวกอายุเยอะๆ ไว้หมด
สังเกตมั้ยว่าพวกอายุเยอะนี่ไม่ได้เล่นเลย
เพราะเขาต้องการให้เพรสซิ่งได้ตลอดทั้งเกม
แล้วเจเขาเคยเล่าให้ฟังว่าโค้ชคนนี้เนี่ย หนูว่าเขาโคตรเก่งเลย
เก่งสุดเท่าที่เคยเจอมาก็ว่าได้ แต่โค้ชคนนี้เขาก็ชอบด่าเจอยู่เรื่อยเลยเหมือนกัน

แมน : ใช่พี่ ปีนี้ ชินโงะ เฮียวโดะ ก็แทบไม่ได้เล่นเลย แล้วโค้ชด่าเจเรื่องไรอะครับ

ก้องภพ : ก็บางทีวิ่งไปผิดตำแหน่งก็ถูกเขาด่าเอา
โค้ชฝรั่งเขาเป็นมืออาชีพ เวลาด่าเขาด่าเลยไม่มีเกรงใจ

มิไฮโล เปโตรวิช ยอดโค้ชผู้พลิกฟอร์มของ ซัปโปโร และ ชนาคุง

แมน : เจดูกล้ายิงมากขึ้นนะพี่ แต่บางจังหวะก็ยังเลือกจ่ายให้เพื่อนอยู่
อยากให้เอาอย่างเจ้า โคจิ มิโยชิ (เบอร์ 41) บ้าง ขานั้นบ้ายิง
จะเลี้ยงไปยิงเองตลอด แต่นัดก่อนหน้านี้ (ชนะ วี วาเรน นางาซากิ 3-2)
ก็แอสซิสต์ให้เจได้ด้วย ทำ 2 แอสซิสต์เลยนะเกมนั้น

ก้องภพ : อ๋อเจ้าโคจินั่น เจเขาเรียกว่าไอ้เด็กนรก
เจบอกว่ามันเก่งจริงๆ นะเจ้านี่น่ะ อายุยังน้อยเพิ่ง 21 เอง
ก็เป็นธรรมดาแหละของนักเตะอายุน้อยๆ ที่มีความห้าว อยากจะทำผลงานให้ได้เห็น

แมน : เพราะเป็นนักเตะที่ยืมตัวมาด้วยมั้งพี่ สังเกตว่านักเตะยืมตัว
จะพยายามทำผลงานส่วนตัวให้ดี เพื่อให้ต้นสังกัดเดิมและทีมอื่นๆ เห็นผลงาน

ก้องภพ : อื้ม พี่ว่าก็มีส่วนนะ

แมน : แล้วที่ว่า ซัปโปโร ซื้อขาดเจมาแล้วนี่ตกลงได้ข้อสรุปไปหรือยังครับ

ก้องภพ : เรียบร้อยหมดแล้วครับ

แมน : อ๋อ ผมไปได้ข่าวมาจากอีกแหล่งนึงว่ายังไม่เรียบร้อย
ต้องรอเดือนกุมภาพันธ์ให้หมดสัญญายืมตัวและเปิดตลาดก่อน

ก้องภพ : ใช่ๆ สัญญาใหม่จะเริ่มเดือนกุมภา
แต่ตอนนี้ทุกอย่างก็เซ็นกันไปหมดแล้ว เซ็นไป 5 ปี
แต่ค่าตัวทางผู้จัดการทีมซัปโปโรที่ชื่อ มิคามิ (มิคามิ ฮิโรคัตซึ) ยังไม่ได้บอกผม
ตอนนั้นที่คุยกันมีนักข่าวอยู่ใกล้ๆ พยายามจะเงี่ยหูฟังด้วย
ก็เลยยังไม่ได้ถามจริงจัง เดี๋ยวถ้ารู้เมื่อไหร่ผมจะบอกแมนแน่นอน

ครอบครัวสรงกระสินธุ์และ มิคามิ ฮิโรคาซึ (ยืน) ผจก.ทั่วไปของ คอนซาโดเล่ ซัปโปโร

แมน : อ๋อไม่เป็นไรหรอกพี่ บอกไม่ได้ก็ไม่เป็นไร
แบบนี้ก็เท่ากับว่า เจ ไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกับ เมืองทอง แล้วถูกมั้ยครับ

ก้องภพ : ใช่ครับ แต่ไม่ว่าเจเขาจะอยู่สโมสรไหน
เขาก็พยายามทำผลงานเพื่อทีมอย่างเต็มที่แหละ ตั้งแต่ตอนอยู่เทโร
ก็ช่วยพาทีมคว้าแชมป์โตโยต้า (ลีก คัพ)
ไปอยู่เมืองทองก็ได้แชมป์ไทยลีก ได้แชมป์ถ้วย ก

แมน : ผมได้ยินอีกข่าวมาว่าช่วงที่มาเตะคิงส์คัพ
นัดที่เจอสโลวาเกีย มีแมวมองจากลา ลีกา สเปน
เขาเข้ามาดูและสนใจ เจ มาก พ่อทราบข่าวนี้มั้ยครับ

ก้องภพ : อ๋อ ไอนัดนั้นอะนะ จริงสิ เป็นทีมไหนหรอ

แมน : ผมได้ยินว่าเป็นทีม เซลต้า บีโก้ คือนักเตะสโลวาเกีย
มีตัวของเซลต้า บีโก้ อยู่ 2-3 คน แล้วนัดนั้นเจเล่นได้เด่นมาก
ที่โดนดึงเสื้อแทบขาดอะพี่ แล้วมีช่วงนึงประธานการตลาดของลา ลีกา
ภาคพื้นอาเซียนเขามาเซ็น MOU กับสมาคมฟุตบอลไทย แล้วก็แย้มๆ
ว่าทีมในสเปนกำลังสนใจนักเตะไทยอยู่คนนึง และอาจจะเป็นคนที่สอง
ต่อจาก ธีรศิลป์ แดงดา ก็เลยผูกเรื่องกันว่าน่าจะเป็นเจ

อิบัน คอร์ดินา หัวหน้าประจำภูมิภาคอาเซียน ของ ลาลีกา เคยกล่าวไว้ว่ากำลังจะมีนักเตะไทยไปลา ลีกา อีกคน

ก้องภพ : เรื่องไปยุโรป ก็เป็นความฝันของเจ
ผมก็เชื่อว่าสักวันเขาจะได้ไปยุโรป แต่ไม่แน่นะสโมสรที่จะซื้อ
อาจจะเป็นทีมที่เจ้าของเป็นคนไทยก็ได้นะ พี่บอกเท่านี้ดีกว่า

แมน : เลสเตอร์แหงเลยพี่

ก้องภพ : 55 ก็ใช่แหละ เขาเคยสนใจตั้งนานแล้ว ตั้งแต่ปีแรกที่ไปญี่ปุ่นนู่น

แมน : ก็ต้องไปเบลเยียม ไปอยู่ โอเอช ลูเวิน ก่อนสิพี่
เพราะไปอังกฤษตอนนี้ก็ยังไม่ได้เวิร์คเพอร์มิตแน่ๆ

ก้องภพ : ก็อาจต้องซื้อไปฟักตัวก่อนเหมือนอย่างตอง (กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์)

แมน : ถ้าถามผมนะพี่จุ้ง ไปลีกรองเบลเยียมผมว่าเล่นเจลีกไปก่อนดีกว่า
คุณภาพลีกไม่น่าจะเป็นรองกันเลย แล้วค่อยให้ทีมใหญ่มาสนใจเอง
อยู่นี่เผื่อได้ดวลกับ อิเนียสต้า ด้วย

ก้องภพ : ใช่ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละอยู่เจลีกก่อนดีกว่า เจออิเนียสต้า
เหมือนอีกคนที่เคยติดทีมชาติญี่ปุ่นที่เจอกันตอนต้นฤดูกาลอะ
คนนั้นเจก็ชื่นชอบเขามากเลย

แมน : ที่ได้แลกเสื้อกันป่าวพี่

ก้องภพ : ใช่ๆ ชื่ออะไรนะนึกไม่ออก

แมน : เคนโงะ นากามูระ ป่าวครับ ที่อยู่ คาวาซากิ ฟรอนทาเล่

ก้องภพ : ใช่ๆ ทีมนั้นเขาเล่นบอลสวยมาก
ต่อบอลกันเป็นทอดๆ เล่นบอลกับพื้นไม่มีโยนเลย

แลกเสื้อกับ เคนโงะ นากามูระ มาแล้วตั้งแต่ฤดูกาลแรก

แมน : แล้วทำไมถึงตัดสินใจเซ็นกับ ซัปโปโร 5 ปีเลยครับ
ค่อนข้างเป็นสัญญายาวมากเลยนะพี่

ก้องภพ : ผมว่าซัปโปโรเขาคงมองแล้วล่ะว่าสักวันต้องได้ขายเจให้ทีมอื่นแน่ๆ
คือก่อนจะเซ็นสัญญาเนี่ย มีทีมอื่นในเจลีกไปติดต่อกับเมืองทองแล้วเหมือนกัน
เขาก็เลยรีบปิดดีลก่อน แล้วจับเซ็นยาวเลย
คือจากนี้ถ้าใครอยากได้ก็ต้องซื้อจากเขาเท่านั้นแล้ว

แมน : แบบนี้โอกาสในการย้ายไปทีมใหญ่ขึ้นก็จะยากกว่าเดิมมั้ย
เพราะค่าตัวน่าจะถูกโก่งแน่นอน

ก้องภพ : เจเขาก็อยากอยู่ทีมนี้ เขาผูกพันกับเมืองไปแล้ว
อีกอย่างสโมสรเขาก็ปฏิบัติกับเราดีด้วย อย่างเรื่องการไปถ่ายโฆษณา
ถ้ากลับมารับงานที่เมืองไทย ไม่ได้ใส่ยูนิฟอร์มของทีม
เขาบอกเป็นเรื่องของเราเลยไม่ต้องไปแบ่งเงินให้เขา
แต่ถ้าเป็นในยูนิฟอร์มก็แบ่งกันเป็น% (ผู้เขียนขอไม่เปิดเผยเรื่องตัวเลข)
ชินจิ โอโนะ ที่เป็นพี่ใหญ่ในทีมเขาก็แนะนำเจว่า
ยูเชื่อไอเถอะ ยูอยู่ที่นี่ต่อไปก่อน อย่าเพิ่งไปไหน

แมน : ขอกลับมาุถามเรื่องการยิงประตูของเจ
เขาเล่าให้ฟังมั้ยพี่ว่าโค้ชแนะนำอะไรยังไง
เขาถึงดูจะเข้าไปเล่นในกรอบเขตโทษ และยิงประตูเองมากขึ้นกว่าแต่ก่อน

ก้องภพ : ตั้งแต่ตอนที่เขากลับมาเล่นให้ทีมชาติแล้วล่ะ
มีวันนึงเขามาเรียกพ่อให้ลงไปสนาม ว่าพ่อมาช่วยหนูซ้อมยิงประตูหน่อย
ผมก็รู้สึกดีนะที่ลูกผมอยากซ้อมยิงประตู
เพราะนี่คือสิ่งที่ผมไม่ค่อยได้สอนเขาสมัยเป็นเด็กๆ
คือเขาก็ต้องพยายามเพิ่มทีเด็ดให้ตัวเอง
แล้วโค้ชก็คงสั่งให้เข้าไปเล่นในกรอบมากขึ้นด้วย
อย่างนัดก่อน (เจอ วี วาเรน นางาซากิ) เห็นลูกที่เจเลี้ยงตัดเข้าใน
แล้วปั่นโค้งมั้ย เฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเอง
ลูกที่ยิงได้ก็เลี้ยงตัดเข้ามากลางแล้วยิงหักมาเสาแรก
ครึ่งแรกก็มีลูกนึงที่หักมาเข้าซ้ายแล้วยิงไปติดบล็อก
สไตล์แบบ อาร์เยน ร็อบเบน เลย

แมน : ลูกหากินของ ร็อบเบน เลยนะพี่
ไอที่เลี้ยงตัดในแล้วปั่นโค้งเสาสองเนี่ย

ก้องภพ : ใช่ กองหลังก็รู้อยู่แหละว่ามันต้องมาแบบนี้แน่ๆ
แต่ก็หยุดไม่ได้อยู่ดี เลี้ยงตัดเข้ามา ทำยึกยักๆ อยู่ทีสองทีแล้วก็ยิง
บางคนเคยถามผมนะว่าทำไมเจไม่เลี้ยงบอลหลบคู่แข่งเข้าไปยิงเองเลย
เจทำได้มั้ยเนี่ย ผมจะบอกให้ว่าทำน่ะก็อาจทำได้
แต่มันคุ้มมั้ยถ้าโดนเขาไล่เตะจนเจ็บพักยาว

จากนี้ไป ขอเปลี่ยนจาก “เมสซี่เจ” เป็น “ร็อบเบนเจ”

แมน : อืมบอลที่ญี่ปุ่นนี่แทบไม่เห็นใครเลี้ยงหลบทีหลายๆคน เลยนะพี่

ก้องภพ : ญี่ปุ่นเขาไม่เลี้ยงบอลหลบคู่แข่ง 4-5 คน ไม่มีหรอก
เขาต่อบอลกันไม่ให้เสียง่ายๆ แล้วค่อยไปยึกยักในกรอบเขตโทษ
เพราะถ้าอยู่ตรงนั้นกองหลังก็ไม่กล้าเตะกลัวจะเสียจุดโทษ
แล้วพอเลี้ยงตัดเข้ามาได้ก็ยิงเข้าไปเลย

แมน : วันนี้ขอบคุณมากครับพี่จุ้ง เดี๋ยวผมขอตัวไปทำธุระก่อน
ไว้โอกาสหน้าคุยกันใหม่นะครับ

ก้องภพ : ได้เลยครับแมน

ถ้าชอบก็กดไลค์ ถ้าใช่ก็กดแชร์กันด้วยนะครับ (แมน โกสินทร์ อัตตโนรักษ์)

ที่มา  :  https://www.thsport.com/column-1188.html

Comments

comments