a2.gif (7 KB)ทีเด็ดบอล sbobet

E2.gif (9 KB)

ทีเด็ด

top66แทงบอล rw366a4.gif (7 KB)

super168

sbobet24.jpg (46 KB)

แทงบอล w88club

aa1.jpg (16 KB)

dafabet
dafabet

m88

5 เหตุผล ที่ทำให้หงส์แดงฟอร์มแผ่ว (เสือปืนไว)

22  ก.ย. 2560 12:18 หมวดหมู่ บทความฟุตบอล

e1bd113206621e71a36d9e5d9f6ca5246adf1b5c-1505855355-59c1877b-1200x630.jpg (129 KB)

หลังจากทำผลงานสุดเปรี้ยงปร้างในเกมเปิดสนามแอนฟิลด์ไล่ถล่มเอาชนะ “ไอ้ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ไปถึง 4-0 ในเกมพรีเมียร์ลีกนัดที่ 3 ณ ตอนนั้น แฟนๆ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลต่างก็พากันดีใจเนื้อเต้น ว่าฤดูกาลแห่งความสำเร็จกำลังมาถึงแล้ว หลังห่างหายจากความสำเร็จการคว้าถ้วยแชมป์ไปนาน

แต่ฟอร์มอันยอดเยี่ยมในเกมถล่มอาร์เซนอลกลายเป็นเหมือนแค่ความฝันไปในทันที เพราะหลังจากพักเบรคทีมชาติ ผ่านช่วงโค้งสุดท้ายของตลาดซื้อ-ขายนักเตะ ลิเวอร์พูล กลับมาพร้อมกับผลงานที่ทำให้เหล่า เดอะ ค๊อป ต้องส่ายหน้า เพราะผ่านไป 4 นัดจากทุกรายการที่ทีมลงเตะ ลิเวอร์พูล สะกดคำว่าชนะไม่เป็น เสมอ 2 แพ้ 2 ล่าสุดคือในเกมบอลถ้วยในประเทศอย่าง คาราบาวคัพ ที่บุกไปโดน เลสเตอร์ ซิตี้ ไล่อัดเอาชนะไป 2-0 ด้วยฟอร์มในสนามที่น่าผิดหวัง ก่อนหน้านี้ในลีกก็บุกไปโดน แมนฯซิตี้ ไล่ถล่มมาถึง 5-0 เกมพรีเมียร์ลีกนัดล่าสุดก็ทำได้แค่เปิดบ้านเสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 1-1

แม้จะยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า ลิเวอร์พูล กำลังจะต้องเจอกับฤดูกาลที่น่าผิดหวังอีกครั้ง เพราะนี่เพิ่งเป็นเพียงช่วงเริ่มต้นของฤดูกาลแข่งขันเท่านั้น แค่การไม่ชนะคู่แข่งมา 4 นัดติด มันแสดงให้เห็นว่า หงส์แดง ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ในฤดูกาลนี้ ยังไม่ใช่ทีมที่ดีพอจะต่อสู้เพื่อไปสู่การเป็นแชมป์ ยิ่งในฤดูกาลนี้ที่ทีมต้องลงเล่นทั้งในลีกและถ้วยใหญ่อย่างแชมเปี้ยนส์ลีก คุณภาพทีมระดับนี้คงเป็นเรื่องยากถ้าหวังจะไปต่อกรกับบรรดาเสื้อสิงห์กระทิงแรด อย่าง บาร์เซโลน่า เรอัล มาดริด บาเยิร์น หรือแม้แต่ปารีส แซงต์ แชร์ก แมงต์

จากผลงานอันน่าผิดหวังใน 4 เกมที่ผ่านมาของ ลิเวอร์พูล เราสัมผัสได้ถึง 5 ประเด็นสำคัญที่ถือเป็นความผิดพลาดและเรื่องที่ คล็อปป์ และบอร์ดบริหาร ควรต้องแก้ไขถ้าหวังให้ทีมทำผลงานได้ดีกว่านี้

methode%2Ftimes%2Fprod%2Fweb%2Fbin%2F204aa678-9e35-11e7-a7be-33f2196a0804.jpg (45 KB)

1.เกมรับที่เป็นปัญหามาตลอด ยังไม่ถูกแก้ไข

แฟนหงส์ทั่วโลกรู้ดีว่า “จุดอ่อนสำคัญ” ของทีมรักในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็เรื่องของ “เกมรับ” ต้องยอมรับตามตรงว่า เหล่าผู้เล่นกองหลังของหงส์แดง ชื่อชั้นยังไม่เข้าขั้นเป็นตัวท็อปของวงการ เดยัน ลอฟเรน ที่น่าจะถือว่าเป็นกองหลักตัวหลักของทีมชุดนี้ ยังโชว์ฟอร์มสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนๆ ไม่ได้สักที บ่อยครั้งที่กองหลังโครแอตมักจะสร้างความผิดพลาดแบบที่ไม่ต้องมีเหตุผลใดๆ รองรับ อย่างทีเห็นล่าสุดในเกมที่เจอกับเซบีย่าในถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก ส่วนตัวที่ค่อยสลับสับเปลี่ยนอย่าง รักนาร์ คลาวาน ก็ดูจะเชื่องช้าเกินไปสำหรับเกมพรีเมียร์ลีก เป็นได้แค่อะไหล่เท่านั้น อีกคนที่ คล็อปป์ เลือกใช้เป็นตัวเลือกในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟก็คือดาวรุ่งอย่าง โจ โกเมซ แต่นักเตะที่เจ็บหนักไปเป็นปี ก็คงจะฝากภาระอะไรมากไม่ได้ เหลือแค่คนเดียวที่แฟนๆพอจะไว้ใจได้คือ โจเอล มาติป แต่ในฤดูกาลที่แข่งขันกันร่วม 50 แมตช์รวมทุกรายการ สัปดาห์หนึ่งต้องลงเล่นถึง 2 แมตช์ ก็คือมีตัวทดแทนที่ระดับฝีเท้าไว้ใจได้ทั้งตัวจริงตัวสำรอง แต่อย่างที่เห็น ลิเวอร์พูล ยังทำไม่ได้ในจุดนั้น แถมทั้งๆ ที่เป็นปัญหาแต่กลับไม่เห็นการแก้ไข

Liverpool-v-Burnley-Premier-League.jpg (38 KB)

 

2.พลาดคว้าตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ แถมต้องรอฤดูกาลหน้าถึงจะได้ใช้งาน นาบี เกต้า

เจอร์เก้น คล็อปป์ แสดงออกชัดเจนว่าอยากได้ตัว เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ กองหลังของเซาแธมป์ตันมาร่วมทีม แต่ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนดันไปติดต่อซื้อนักเตะแบบผิดกฎ จนเป็นเรื่องเป็นราวทางฝั่งหงส์แดงต้องออกแถลงการขอโทษ สุดท้ายการย้ายทีมของ ฟาน ไดจ์ เลยไม่เกิดขึ้น ซึ่งดูเหมือน คล็อปป์ ก็ไม่ได้เตรียมแผนสองเอาไว้ ทั้งๆ ที่ยอดผู้จัดการทีมชาวเยอรมันก็พอมองออกว่าทีมมีรูโหว่รูเบอเร่อที่กองหลัง แต่พอไม่ได้ตัว ฟาน ไดจ์ คล็อปป์ กลับเลือกที่จะไม่ซื้อใครมาแทนซะอย่างงั้น ทำให้เกมรับของ ลิเวอร์พูล ยังต้องเจอกับปัญหาเดิมๆ ต่อไป

ส่วนในรายของ นาบี เกต้า ก็เป็นอีกนักเตะที่ คล็อปป์ อยากได้ตัวแบบสุดๆ มีข่าวตามจีบพร้อมเสนอข่าวให้แบบไม่อั้น แต่จนแล้วจนรอดต้นสังกัดของ เกต้า อย่าง RB ไลป์ซิก ก็ใจแข็งไม่ยอมปล่อยนักเตะ แต่หงส์แดงก็สบโอกาสใช้เงื่อนไขในสัญญาที่สามารถจ่ายค่าฉีกสัญญาคว้าตักเตะมาร่วมทีมได้ในฤดูกาลหน้า แต่แฟนๆหงส์แดงลองจินตนาการดูเล่นๆ ถ้าลิเวอร์พูลได้ เกต้า มาใช้งานตั้งแต่ฤดูกาลนี้จะดีแค่ไหน เพราะถ้าลองปาดสายตาไปดูในรายชื่อผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางตัวตัดเกม ไม่มีผู้เล่นตำแหน่งนี้ที่เป็นตัวรับธรรมชาติเหลืออยู่เลย แถมทีมก็ปล่อย ลูคัส เลว่า ออกไปแล้ว ก็อย่างที่เห็นกันว่าในเกมฟุตบอลยุคนี้ กองกลางตัวตัดเกมเจ๋งๆ ถือเป็นกุญแจสำคัญมีส่วนช่วยพาทีมไปสู่ความสำเร็จได้

mignolet-karius_16x9.jpg (380 KB)

3.ไม่ยอมฟันธงสักที ว่าผู้รักษาประตูคนไหนคือมือหนึ่งของทีม

ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ จะรักผีเสียดายน้องอยู่ทำไม กับการตัดสินใจเลือกผู้รักษาประตูคนใดคนหนึ่งระหว่าง ซิมง มินโญเลต์ กับ ยอริส คาริอุส ถ้าสังเกตุดีๆ ดูเหมือน คล็อปป์ จะมีใจให้ คาริอุส มากกว่า เพราะเป็นคนที่เจ้าตัวเซ็นสัญญาเข้ามาเอง แต่ด้วยฟอร์มที่เวลาได้ลงสนามมักจะทำได้ไม่ค่อยดี ทำให้ คล็อปป์ ยังจำเป็นต้องเลือกใช้ มินโญเลต์ ต่อไปก่อน แม้ว่า คล็อปป์ จะออกมาบอกว่าแบ่งเวทีให้ผู้รักษาประตูในทีมแบบชัดเจน มินโญเลต์ ลงเล่นเกมลีก คาริอุส รับหน้าที่บอลยุโรป แถมยังมี แดนนี่ วอร์ด ที่ดึงตัวกลับมาหลังจากโชว์ฟอร์มดีกับฮัดเดอร์ฟิลด์เมื่อฤดูกาลที่แล้ว จะได้ลงเล่นในบอลถ้วยในประเทศ แต่การฟันธงไปเลยว่าใครเป็นมือหนึ่งของทีมจะไม่ดีกว่าหรือ? น่าจะช่วยให้ผู้รักษาประตูคนนั้นได้ความมั่นใจแบบเต็มที่ การลงเล่นสม่ำเสมอก็น่าจะช่วยให้ทำงานกับกองหลังได้อย่างเข้าขารู้ใจ

P170920-078-Leicester_Liverpool-e1506004865614-600x401.jpg (40 KB)

4.เกมรุกร้อนแรงสุดๆ ก็จริง แต่การเล่นยังขาดความหลากหลาย

ไม่ใช้แค่ปัญหาในเกมรับเท่านั้น ที่รอการแก้ไข เกมรุกก็มีจุดให้ต้องพูดถึงเช่นกัน แม้ฤดูกาลนี้จะได้ โมฮัมเหม็ด ซาล่าห์ มาร่วมทีม แถมโชว์ฟอร์มได้น่าประทับใจ ประสานงานกับ ซาดิโอ มาเน่ ที่กลายเป็นทุกอย่างของทีมไปแล้ว แต่เกมรุกของ ลิเวอร์พูล เหมือนจะอาศัยจุดเด่นเรื่องความเร็วของผู้เล่นตัวรุกเป็นหลัก ซึ่งเป็นมาตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว ปีก่อนดาวซัลโวของ ลิเวอร์พูล ก็คือ ซาดิโอ มาเน่ กับ ฟิลิเป้ คูตินโญ่ ที่ยิงในลีกไปได้คนละ 13 ลูก แม้จะยิงได้ในระดับที่น่าพอใจ แต่ทั้ง 2 คนนี้หน้าที่จริงๆ คือการปั้นเกม คนที่รับหน้าที่ถล่มประตูจริงๆ ควรเป็นศูนย์หน้าอาชีพ โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ ที่ได้รับหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้า ว่ากันตามจริงก็ไม่ได้เป็นพวกกองหน้าธรรมชาติ แต่ไหนแต่ไรมาก็เล่นเป็นกองกลางหรือหน้าต่ำซะด้วยซ้ำ ซึ่งจากผลงานฤดูกาลที่แล้วบรรดากองหน้าทั้งหมายที่ คล็อปป์ เลือกใช้งาน ทำประตูกันได้น้อยเหลือเกิน เฟอร์มิโน่ 12 ลูก, ดิว็อก โอริกี้ 11 ลูก และ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ 7 ลูก การได้ตัว โดมินิค โซลันกี้ มาร่วมทีมก็น่าจะเป็นเรื่องของการสร้างทีมเพื่ออนาคตมากกว่า หาก คล็อปป์ ต้องการพาทีมประสบความสำเร็จ ความมีกองหน้าที่ยิงประตูให้ทีมได้แบบเป็นกอบเป็นกำ เหมือนที่หงส์แดงเคยมีมาตลอดก่อนหน้านี้ ไล่ตั้งแต่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์, ไมเคิล โอเว่น, เฟอร์นันโด ตอร์เรซ และ หลุยซ์ ซัวเรซ

2017-09-19T204315Z_1898891607_RC11923E4890_RTRMADP_3_SOCCER-ENGLAND-LEI-LIV-960x450.jpg (61 KB)

5.จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ดีพอหรือยังกับตำแหน่งกัปตันทีม

ทั้งสื่อและเหล่าเดอะ ค็อป ต่างก็ยังคงมีเครื่องหมายคำถามถึงความเหมาะสมของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กับการรับหน้าที่กัปตันทีม เพราะผลงานสวนตัวของกองกลางทีมชาติอังฤษดูจะไม่มีความเสมอต้นเสมอปลาย แถมไม่มีอะไรโดดเด่นเอาซะเลย การถูกวางให้เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางที่ต้องช่วยทั้งเกมรุกเกมรับ เฮนโด้ ยังทำได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ พอผลงานไม่ดี ผิดพลาดบ่อย ความมั่นอกมั่นใจก็ถดถอย แล้วแบบนี้จะทำหน้าผู้นำของทีมของปลุกเร้าลูกทีมในเกมที่ทีมต้องการแรงฮึดได้อย่างไร บางที่ คล็อปป์ อาจจะต้องปรับการเล่นของ เฮนเดอร์สัน เพื่อผลงานที่ดีขึ้นกว่านี้ ให้สมกับการเป็นผู้นำของทีม

บทความที่เกี่ยวข้อง