แทงบอลออนไลน์ทีเด็ดบอลsbobet

E2.gif (9 KB)

Royalbet99ทีเด็ด

แทงบอลแทงบอล rw366a4.gif (7 KB)

super168

sbobet24.jpg (46 KB)

Sboxo

แทงบอล w88club

aa1.jpg (16 KB)

dafabet
C1.gif (10 KB)
dafabet
C1.gif (10 KB)

m88

728x180-1.gif (8 KB)

แจ็ค วิลเชียร์ พร้อมหรือยังกลับการลงเล่นเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีก? (เสือปืนไว)

29  ต.ค. 2560 12:56 หมวดหมู่ บทความฟุตบอล

Arsenal+v+Norwich+City+Carabao+Cup+Fourth+RON7NEgshAhl.jpg (89 KB)

เกือบ 2 ปีที่ แจ็ค วิลเชียร์ หายหน้าหายตาไปจากการลงเล่นในลีกให้กับต้นสังกัดอย่าง อารฺ์เซนอล หลังจากต้องหนีหน้าไปเพราะอาการบาดเจ็บหนักกระดูหน้าแข้งแตกตั้งแต่ปี 2015-16 พักยาวเกือบทั้งฤดูกาล พอหายเจ็บกลับมา อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของทีมไอ้ปืนโตก็เลือกส่ง วิลเชียร์ ไปเรียกความฟิตเรียกฟอร์มเก่งๆ กลับมา กับทีมระดับกลางตารางพรีเมียร์ลีกอย่าง บอร์นมัธ เพราะ เวนเกอร์ เชื่อว่า วิลเชียร์ น่าจะได้สัมผัสเกมฟุตบอลมากกว่าอยู่กับอาร์เซนอล แต่ก็เล่นได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง ท้ายๆ ฤดูกาล วิลเชียร์ ก็ดวงแตก เจ็บซ้ำที่แผลเดิม ปิดเทมอฤดูกาลนั้นไปเลย พร้อมกลับมารักษาตัวต่อที่อาร์เซนอล

เคยมี่ข้อมูลจากเว็บไซต์ Goal.com บอกไว้ว่าตั้งแต่ปี 2010 ที่ วิลเชียร์ ขึ้นมาเล่นอยู่ในทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอล กองกลางชาวอังกฤษโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานมากกว่า 20 ครั้ง!!!

จากดาวรุ่งอนาคตไกลที่รอวันเจิดจรัส พอเจออาการบาดเจ็บคอยหลอกหลอน ก็เลยไปไม่สุดในในอาชีพนักฟุตบอลสักที

แต่ในฤดูกาลนี้เราเริ่มได้เห็นสัญญาณที่ดี ในการกลับคืนสู่เส้นทางอาชีพของ แจ็ค วิลเชียร์ หลักจากพักพื้นอาการบาดเจ็บอย่างเต็มทีืเมื่อช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา แต่ อาร์แซน เวนเกอร์ ก็เหมือนจะยังกลัวว่านักเตะที่ตัวเองปลุกปั้นมาตั้งแต่เด็ก อาจจะเสี่ยงต้องเจ็บหนักเหมือนเดิมอีก หากเจอเกมหนักเกินกว่าที่สภาพร่างกายตอนนี้จะรับไหว

เวนเกอร์ เลือกที่จะส่ง วิลเชียร์ ให้ได้สัมผัสเกมที่ดีกรีความสำคัญไม่สูงมาก อย่างเกมชุดสำรอง ชุดยู 21 หรือเกมที่พบกับคู่แข่งที่อ่อนชั้นกว่าเยอะ อย่างเกมบอลถ้วยคาราบาวคัพ หรือในเกมยูโรป้าลีกที่เจอกับทีมรองบ่อนอย่าง บาเต้ บอริซอฟ และ เซอร์เวน้า ซเวซด้า ซึ่ง วิลเชียร์ ได้ยืนเต็ม 90 นาทีทั้ง 2 เกม แถมทำผลงานได้ดีซะด้วย ในบทบาทกองกลางตัวปั้นเกมรุก จนมาเมื่อเกมกับเอฟเวอร์ตันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วิลเชียร์ ก็ได้กลับมาลงเล่นในพรีเมียร์ลีกให้อาร์เซนอลอีกครั้งหลังห่างหายหน้าไปตั้งแต่ช่วงปลายฤดูกาล 2015-16 ซึ่งในเกมที่ไอ้ปืนใหญ่บุกไปถล่มท็อฟฟี่เมนถึงถิ่น 2-5 วิลเชียร์ ลงมาจ่ายให้เพื่อนยิงได้ 1 ประตู แสดงให้เห็นว่าระดับฝีเท้าความสามารถของ วิลเชียร์ ยังมีดีพอที่จะเล่นได้ในเกมระดับสูงอย่างพรีเมียร์ลีก

ความบาดเจ็บอาจจะให้สภาพร่างกายของ วิลเชียร์ ไม่เหมือนเดิม แต่ไม่ได้ทำให้ทักษะและวิสัยทัศน์ในการเล่นฟุตบอลของเจ้าตัวด้อยลงไปแต่อย่างใด

คำถามที่อยู่ในใจแฟนอาร์เซนอลตอนนี้คือ แล้วเมื่อไหร่ที่ วิลเชียร์ จะได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในลีกให้กับทีม?

article-2488130-19541E21000005DC-144_634x388.jpg (61 KB)

ผลงานของอาร์เซนอลตอนนี้ยังคงไม่ถึงกลับเป็นที่ประทับใจแฟนบอลสักเท่าไหร่ แม้อันดับล่าสุดจะยังได้เกาะอยู่ในกลุ่มหัวตาราง แต่ถ้าแหงนหน้ามองทีมที่อย่างด้านบนอย่าง แมนฯซิตี้ แมนฯยู หรือ แม้แต่ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ส อริร่วมกรุงลอนดอน ผลงานในสนามของ อาร์เซนอล ดูจะยังเทียบกับทีมลุ้นแชมป์ทีมอื่นๆ ไม่ได้ อย่าว่าแต่เรื่องลุ้นแชมป์ แค่เฉพาะสถานธที่เคยเป็น 1 ในทีม “บิ๊กโฟร์” ถึงตอนนี้ ยากที่จะบอกว่าผลงานของ อาร์เซนอล คู่ควรกับการเป็น 4 ทีมที่ดีที่สุดบนเกาะอังกฤษ หลักฐานสำคัญก็คือ การจบได้แค่ที่ 5 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ได้แค่ไปเตะในบอลยุโรปถ้วยรองอย่างยูโรป้าลีก พลาดการไปร่วมเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกครั้งแรกในรอบ 20 กว่าปี

การที่ อาร์แซน เวนเกอร์ เลือกปรับแผนการเล่นของทีมให้เป็นระบบ 3-5-2 ไม่ใช่เพราะต้องการให้เกมรับที่เป็นจุดอ่อนของอาร์เซนอลมาตลอดดูเหนียวแน่นมากขึ้น รวมทั้งต้องการเลือกโจมตีจากริมเส้นเพราะทีมมีตัวที่เล่นด้านข้างทั้ง วิงแบ็ค และตัวรุกกึ่งปีกที่ทำผลงานกันได้ดี แต่อีกนัยหนึ่งก็อาจจะเป็นการสื่อให้เห็นว่าเกมตรงกลางของทีมชุดนี้ยังทำงานกันได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตัวผู้เล่นที่มีอยู่ในทีมยังไม่ตอบโจทย์

มิดฟิดล์ตรงกลางของอาร์เซนอล ณ เวลานี้ รับผิดชอบโดย กรานิต ชาก้า และ อารอน แรมซี่ย์ ซึ่งบ่อยครั้งที่ทีมพลาท่าแม้คู่ 2 คู่กลางมักจะตกเป็นเป้าให้พูดถึงในแง่ลบเสมอ

ชาก้า อาจจะมีส่วนร่วมกับเกมเยอะในเรื่องของการจ่ายบอล ผ่านบอล แต่เหมือนยังมีจุดอ่อนเรื่องการตัดเกม อ่านเกมในจังหวะที่ทีมเป็นฝ่ายตั้งรับ การไล่บอล การตามประกบตัวคู่แข่ง ซึ่งที่ผ่านเราก็เห็นหลายจังหวะที่พอ ชาก้า พลาด ผลที่ตามมาคือ อาร์เซนอล มักจะเสียประตู ซึ่งสิ่งแฟนบอลเห็น นอกจากความไม่เชียวชาญในเรื่องเกมรับของ ชาก้า ที่เป็นเหตุนำเป็นสู้การเสียประตูของทีม อีก 1 เหตุผลประกอบก็คือ การที่คู่ขาในแดนกลางอย่าง อารอน แรมซี่ย์ มักไม่ค่อยได้ช่วยไล่บอลและตัดเกมต้องกลางสนามของคู่แข่ง

ต้องบอกว่าเป็นภาพชินตาของแฟนอาร์เซนอลที่จะได้เห็น แรมซี่ย์ มันไปป่วนเปี้ยนอยู่แถมหน้าประตูคู่แข่งราวกับเป็นศูนย์ ซึ่งไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วเป็นไปตามแทคติกของ เวนเกอร์ หรือป่าว แม้ แรมซี่ย์ จะช่วยทำประตูให้ทีมได้ แต่ในจังหวะที่ทีมตั้วรับก็มักจะเป็นอย่างที่เห็น หรือแค่ ชาก้า และแข้งสวิตก็มักมีจังหวะพลาดในการตัดเกมให้เห็นเป็นประจำ

เป็นเหตุผลให้แฟนไอ้ปืนใหญ่อยากเห็น วิลเชียร์ ลงมาทำหน้าในแผงมิดฟิลด์ ด้วยสไตล์ของ วิเชียร์ ที่ทั้งขยันวิ่งไล่ จ่ายบอลฉลาด พาบอลไปกับตัวได้ แถมเล่นแบบเกินร้อยเข้าบอลได้เด็ดขาด

865128974.jpg (86 KB)

แต่ก็อาจจะเป็นเพราะสไตล์แบบใส่เต็มที่ของ วิลเชียร์ เองนี่แหละ ที่ทำให้ เวนเกอร์ ยังไม่กล้าใช้งาน วิลเชียร์ ในเกมที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงอย่างพรีเมียร์ลีก เพราะไม่ยากเห็นนักเตะสุดรักที่เขาปั้นมาเองกลับมือต้องกลับไปนอนดูเพื่อนเล่นอยู่ในโรงพยาบาลอีก

เวนเกอร์ คงมองแล้วว่ายังต้องให้เวลากับ วิลเชียร์ อีกเยอะทั้งในเรื่องการปรับตัวของสภาพร่างกาย และน่าจะรวมไปถึงการปรับเปลี่ยนสไตล์การเล่น คิดว่าถ้า วิลเชียร์ กลับมายืนเต็มเกมจริงๆ ก็คงมาในบทบาทของตัวรุกเต็มตัว มากกว่าที่จะถูกจับไปยืมมิดฟิลด์คู่กลางที่สุ่มเสี่ยงต่อการเข้าปะทะตลอด

แฟนๆ อาร์เซนอล คงต้องอดใจรอกันอีกนิด กว่าจะได้เห็น แจ็ค วิลเชียร์ กลับมาลงสนามช่วยทีมให้พรีเมียร์ลีกแบบเต็มตัว

nintchdbpict000258998592-e1508834202237.jpg (76 KB)

บทความที่เกี่ยวข้อง