แทงบอลออนไลน์ทีเด็ดบอลsbobet

e.gif (3 KB)e.gif (3 KB)e.gif (3 KB)

1000x60-bottom.gif (6 KB)ทีเด็ด

แทงบอลแทงบอล rw366ผลบอล

e.gif (3 KB)e.gif (3 KB)e.gif (3 KB)

sbobet24.jpg (46 KB)

aa1.jpg (16 KB)

แทงบอล w88club

dafabet
C1.gif (10 KB)
dafabet
C1.gif (10 KB)

ms88th.com

http://www.pangmoney.com/

728x180-1.gif (8 KB)

หนังชีวิตเรื่องเดิมของอาร์เซนอล (เสือปืนไว)

29  ส.ค. 2560 14:43 หมวดหมู่ บทความฟุตบอล

775017652DP005_Liverpool_v_.jpg (267 KB)

เกมพรีเมียร์ลีกที่แอนฟิลด์เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เจ้าถิ่น ลิเวอร์พูล ไล่ตอนเอาชนะ อาร์เซนอล ผู้มาเยือนได้แบบง่ายดาย 4-0 ซึ่งสกอรที่ชนะกันขาดลอย สะท้อนรูปเกมในสนามได้ดีเหลือเกิน ลูกทีมของ อาร์แซน เวนเกอร์ ทำผลงานได้ต่ำตมราวกับเป็นบอลคนเกรดกับเจ้าถิ่น ทีมไอ้ปืนใหญ่เล่นบอลกันแบบ "หาสาระไม่เจอ" จนกองเชียร์หลายคนตั้งคำถาม นักเตะปืนใหญ่ได้ซ้อมกันมาหรือเปล่า? นี่คือเกมที่แฟนปืนยกให้เป็นแมตช์แห่งความอัปยศมากที่สุดแมตช์หนึ่งตั้งแต่เชียร์ทีมรักมา ขนาด เธียร์รี่ อองรี ถึงกับบอกว่า เป็นเกมการแข่งขันของอดีตต้นสังกัดที่เจ้าตัวทนดูไม่ไหวจริงๆ

แน่นอนว่าหลังความพ่ายแพ้ย่อมมาตามมาด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ยิ่งเป็นความพ่ายแพ้ที่น่าชิงชังแบบนี้ บทวิเคราะห์จากเหล่ากูรูฟุตบอล และเสียงกรนด่าของแฟนบอลที่มีต่อผลงานของทีมรัก ย่อมเต็มไปด้วยความรุนแรงโหดร้าย

บรรยากาศในทีมอาร์เซนอลตอนนี้ย่ำแย่แค่ไหนคงไม่ต้องบรรยาย

775017652_SM_4184_EF161689E3CFBB0894E57279DD056F80.jpg (234 KB)

 

ทั้งๆ ที่ฤดูกาลนี้ถูกตั้งเป้าหมายว่าจะเป็น “ปีแห่งการเริ่มต้นใหม่” หลังจากทีมหลุดท๊อปโฟร์เป็นหนแรกในรอบ 20 ปี หรือนับตั้งแต่ อาร์แซน เวนเกอร์ เข้ามาคุมทีม ฤดูกาลก่อน อาร์เซนอล บอบชำสุดๆ จากความจริงที่ตบหน้าทีมเข้าฉาดใหญ่ ว่า “ปืนใหญ่ไม่ใช่ทีมระดับบิ๊กโฟร์” ของอังกฤษอีกต่อไปแล้ว ฤดูกาลนี้จึงเป็นปีที่ทีมน่าจะได้กลับมามุ่งมั่นเต็มที่ในการหวนคือทวงบัลลังค์แชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หรืออย่างน้อยๆ ได้กลับไปสู่ทีมลุ้นแชมป์ (แบบเต็มตัว ลุ้นแบบยาวๆ ไม่ใช่เป๋หมดลุ้นเอาในช่วงหลังปีใหม่ เหมือนกับหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา)

แต่แค่ผ่านเกมพรีเมียร์ลีกไป 3 เกม สิ่งที่เราได้เห็นคือ อาร์เซนอล ไม่มีอะไรที่เรียกว่า “การเปลี่ยนแปลงที่ดี” เลยสักอย่าง

livars270817t.jpg (143 KB)

 

ที่ต้องต่อท้ายคำว่า “ที่ดี” ก็เพราะว่าจริงอยู่ที่มีการเปลี่ยนแปลง แต่เป็นการเปลี่ยนชนิดที่ทำให้แฟนเดอะ กันเนอร์ ต้องขมวดคิ้วพร้อมกับตั้งคำถามว่า แบบนี้มันใช่เหรอ?

การเปลี่ยนแปลงแทคติกการเล่นเป็นกองหลัง 3 คน เคยทำได้ดีในการพาทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เหนือเชลซี ในเกมนัดชิงเมื่อปลายฤดูกาลที่แล้ว เปิดฤดูกาลใหม่ก็ปราบเชลซีได้อีกในเกมคอมมิวนิตี้ชิลด์ ทั้งหมดนั้นกลายเป็นภาพลวงตาทันที เมื่อเกมพรีเมียร์ลีกฤดูกาลเริ่มต้นขึ้น ชนะเลสเตอร์แบบหืดจับในบ้าน 4-3, บุกไปแพ้สโต๊ค 1-0 ทั้งๆ ที่ครองเกมได้เบ็ดเสร็จ ยิงไม่ได้ โดนสวนโป้งเดียวเงิบ และมาเกมล่าสุดที่โดนลิเวอร์พูลไล่อัดปืนแตก ชนิดบอล “คนละชั้น”

Liverpool-4-Arsenal-0-Arsene-Wenger-846503.jpg (46 KB)

 

ปัญหาในสนามหลักฐานคาตา แฟนบอลที่ได้ชมคงพอจะดูออก นักเตะเล่นกันแบบไร้พลัง ไร้ความกระหาย ไร้จินตนาการ ผิดพลาดง่ายๆ แนวรุกยังคงเหมือนเดิม เลี้ยงบอลต่อบอลได้ แต่จบไม่ได้

ทีมที่เคยได้รับการยกย่องว่าเป็นสุดยอดแห่งเกมรุกอันสวยงาน ต่อบอลทำชิงทะลุช่อง ทั้งหมดกลายเป็นอดีตไปแล้ว!!!

ยิ่งเกมรับยิ่งไม่ต้องพูดถึง ผิดพลาดทุกเกม ยืนยันด้วย 8 ลูกที่เสียไปจากการลงสนามแค่ 3 นัด

เกมกับเลสเตอร์ เวนเกอร์ เลือก ร็อบ โฮลดิ่ง, นาโช มอนเรอัล และ เซอัด โคลาซินัค ลงเป็น 3 กองหลัง 1 กองหลังดาวรุ่ง กับ 2 แบ็คซ้าย ไม่แปลกที่จะโดนทีมจิ้งจอกสยามยิงไปถึง 3 ลูกทั้งๆ ที่เล่นในบ้าน แต่ก็พอเข้าใจได้ เพราะในเกมนั้น กองหลังอาชีพอย่าง โรล็องต์ กอสเซียนี่ และ ชโคดาน มุสตาฟี่ ไม่พร้อมลงสนาม คนหนึ่งติดโทษแบน อีกคนยังไม่ฟิตเต็ม 100 พอมาเกมกับ สโต๊ค คราวนี้ใส่ มุสตาฟี่ ลงมาแทน โฮลดิ้ง ผลคือคือบุกไปแพ้ 1-0 เหตุมาจากพอบุกเยอะๆ แล้วยิงเขาไม่ได้ ทีมก็เริ่มร้อนรน เริ่มเล่นกันผิดพลาด สุดท้ายก็โดนยิงไปตามระเบียบ เหตุการณ์แบบนี้แฟนบอลอาร์เซนอลเห็นกันจนชินตา

เกมล่าสุดกับ ลิเวอร์พูล ได้ กอสเซียนี่ พ้นโทษแบน แต่ถอด มุสตาฟี ที่โดนตำหนิเรื่องฟอร์มการเล่นในเกมแพ้ สโต๊ค แล้ว โฮลดิ้ง กลับลงมาแทน แล้วดาวรุ่งอังกฤษวัย 21 ก็แสดงให้ถึงฝีเท้าที่อย่างทีมชั้นไม่ได้กับพวกตัวรุกของลิเวอร์พูล โฮลดิ้ง กลายเป็นบ่อน้ำมันให้ทั้ง ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ เฟอร์มิโน่ และ โมโม่ ซาล่าห์ กระหนำใส่แบบไม่ปราณี

775017652DP006_Liverpool_v_.jpg (418 KB)

 

กองหลังที่ดูไม่สมประกอบ ต้องเจอกับงานหนักแทบทุกเกม ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ อาร์เซนอล ไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับ!!!

มิดฟิลด์คู่กลางของอาร์เซนอล อย่าง กรานิต ชาก้า และ อารอน แรมซี่ย์ แทบไม่ได้ช่วยตัดเกมเลย แรมซี่ย์ สถาปนาตัวเองเป็นตัวรุกแบบเต็มตัว สไตล์การเล่นเน้นพุ่งทะยานขึ้นไปในกรอบเขตโทษของคู่แข่ง บ่อยครั้งที่ลืมพื้นที่ของตัวเอง ทิ้งภาระให้เพื่อน ส่วน ชาก้า คนที่เราเคยคิดว่าดุดัน พร้อมพุ่งเสียบพุ่งชนแบบไม่กลัวใบแดง ถูกลักพาตัวไปไหนซะแล้ว แม้จะมีทีเด็ดจากการเปิดบอลยาว เปลี่ยนจังหวะรับเป็นรุก แต่แค่นั้นยังไม่พอ การเล่นกองหลัง 3 คน มิดฟิลด์ที่จะค่อยช่วยตัดเกมทำลายเกมรุกของคู่แข่งก่อนเข้าเขตอันตรายเป็นตัวที่มีความสำคัญสุดๆ เพราะถือเป็นตัวติดสินผลของเกมได้เลย แต่ ชาก้า ยังสอบไม่ผ่านเรื่องเกมช่วยเกมรับ แถมยังมีจังหวะจ่ายบอลพลาดให้เห็นหลายครั้ง

เห็นได้ชัดว่าทั้งเรื่องแทคติคและความมั่นใจของตัวผู้เล่นดูมีปัญหาไปหมด

ในสนามว่าแย่แล้ว การจัดการนอกสนามก็ดูไม่จืดพอกัน

nintchdbpict000348407195-e1503873539523.jpg (119 KB)

 

อเล็กซิส ซานเชส, เมซุต โอซิล และ อเล็กซ์ อ็อกเลด แชมเบอร์เลน นักเตะเหล่านี้เหลือสัญญากับทีมแค่ปีเดียว และยังยึกยักไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่ แม้จะไม่ได้แสดงอาการงอแงขอขึ้นบัญชีย้ายทีม แต่มันก็บ่งบอกให้เห็นว่านักเตะเหล่า “ไม่ได้ให้ใจกับสโมสร 100%”

ไม่ผิดถ้านักเตะต้องการสิ่งที่ดีกว่าเพื่อตัวเอง ถ้าทีมที่เล่นอยู่ไม่ได้ให้สิ่งที่พวกเขาหวัง แต่สโมสร ทั้ง ผู้จัดการทีม บอร์ดบริหาร ควรจัดการปัญหานี้ให้เด็ดขาด นักเตะคนไหนไม่มีใจก็ไม่ควรเก็บไว้กับทีม แม้นักเตะเหล่านั้นจะเป็นซูเปอร์สตาร์ของทีม ขายออกไปแล้วเอาเงินไปซื้อตัวใหม่เข้ามาดูจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ปล่อยให้สปิริตในทีมดูมีปัญหาแบบนี้

แต่ดูเหมือนก็น่าจะเป็นเรื่องยากเต็มที่ เพราะตลาดซื้อ-ขายนักเตะกำลังจะปิดอีกแค่ไม่กี่วัน การขายออกอาจจะไม่ยาก แต่การซื้อเข้ามาใหม่ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งในสถานการณ์ที่ค่าตัวนักเตะพุ่งสูงเว่อร์วังเกินกว่าที่ควรจะเป็นจริงไปมากเหลือเกิน

จริงอยู่ที่ผลการแข่งแค่ 3 นัด อาจใช้ตัดสินตอนจบของฤดูกาลไม่ได้ เพราะยังเหลืออีกหลายเกมให้ลงสนามแก้ตัว แต่จากรูปเกมและแทคติกที่ อาร์แซน เวนเกอร์ และลูกทีมอาร์เซนอลแสดงออกในเกมแพ้ยับให้ลิเวอร์พูล มีโอกาสสูงเหลือเกินที่สุดท้ายอาร์เซนอลจะได้พบกับบทสรุปอันน่าผิดหวังเหมือนฤดูกาลที่แล้ว 2 ฤดูกาลที่แล้ว 3 ฤดูกาลที่แล้ว และอีกหลายๆ ฤดูกาลที่ผ่านมา

Nhung-dieu-rut-ra-sau-ket-qua-kho-tin-Liverpool-4-0-Arsenal-hinh-anh-3.jpg (54 KB)

บทความที่เกี่ยวข้อง